Skip to content
← กลับหน้าแรก
เริ่มตรงนี้

เริ่มใช้งานครั้งแรก — เข้าสู่ระบบและตั้งค่า

เข้าสู่ระบบด้วย Apple หรืออีเมล หน้าให้ความยินยอม PDPA ตัวช่วยตั้งค่า 4 ขั้นที่ข้ามได้ ยอดเงินตั้งต้น วันเงินเดือนกับรอบงบ และการล็อกแอปด้วย Face ID

อยู่ตรงไหนครั้งแรกที่เปิดแอป — และเปิดซ้ำได้ที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → "โปรไฟล์และการตั้งค่า" → "เปิดตัวช่วยตั้งค่า"อัปเดตล่าสุด · 2026-08-07
01

เปิดแอปครั้งแรก ต้องทำอะไรบ้าง

การเริ่มใช้ครั้งแรกมีไว้เคลียร์สองเรื่องก่อนที่คุณจะจดเงินบาทแรก คือบัญชีผู้ใช้ที่จะเอาไว้ผูกข้อมูล กับคำอนุญาตให้ Pocketbird เก็บข้อมูลการเงินของคุณได้ ทั้งหมดมีแค่สองหน้านี้ ที่เหลือไม่บังคับ และระหว่างที่ตั้งค่าอยู่ แอปก็ใช้งานได้แล้ว

ทุกครั้งที่เปิดแอปขึ้นมาใหม่ จะเห็นเหรียญนก 1.7 วินาที แล้วจางไปอีก 0.35 วินาทีเข้าสู่หน้าถัดไป มันเป็นแค่ภาพเปิดเท่านั้น การกู้เซสชันที่บันทึกไว้ การซิงก์รอบแรก และการเช็กล็อกแอป ทำงานอยู่ข้างหลังพร้อมกันหมด ถ้าเปิดลดการเคลื่อนไหวไว้ เหรียญจะไม่หมุน เหลือแค่การจางเข้า

บัญชีที่เพิ่งสร้างไม่ใช่แอปเปล่า ก่อนที่คุณจะแตะอะไรสักอย่าง Pocketbird ใส่ของตั้งต้นไว้ให้พอที่ทุกหน้าจะอ่านรู้เรื่องแล้ว

  • หมวดหมู่หลัก 11 หมวดพร้อมหมวดย่อยชุดหนึ่ง ถูกใส่ให้ตั้งแต่เปิดแอปครั้งแรก ก่อนเข้าสู่ระบบด้วยซ้ำ — ค่าอาหาร เดินทาง ส่งเงินให้ที่บ้าน กยศ. เติมเงินอีวอลเล็ต ช้อปปิ้ง บันเทิง ค่าบิล เงินเดือน รายได้เสริม และจ่ายหนี้
  • โปรไฟล์เริ่มต้นถูกสร้างให้อัตโนมัติ — วันเงินเดือนออกเป็นวันที่ 1 ยังไม่มีเงินเดือน ยังไม่มีเป้าหมาย ทั้งสามอย่างแก้ทีหลังได้
  • พอเข้าสู่ระบบแล้ว แอปจะใส่วันหยุดราชการไทยไว้ให้ เพราะการเลื่อนวันเงินเดือนที่ตรงวันหยุดต้องใช้ข้อมูลชุดนี้
  • การแจ้งเตือนที่เปิดไว้ให้แต่แรกมีสามอย่าง คือแจ้งเตือนบันทึกรายวันเวลา 20:00 การเตือนงบประมาณ และกิจกรรมในกลุ่ม ที่เหลือปิดหมด ทั้งเตือนวันเงินเดือน เตือนบิล เตือนใช้จ่ายเร็วเกินไป สรุปรายสัปดาห์ เช็กเงินสดสิ้นวัน และล็อกแอป
  • หน้า "มีอะไรใหม่" จะถูกทำเครื่องหมายว่าอ่านแล้วตั้งแต่ติดตั้งใหม่ เพราะคนที่เพิ่งเจอทั้งแอปเมื่อกี้ ไม่ต้องอ่านสรุปว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง มันจะโผล่ก็ต่อเมื่อมีการอัปเดตเวอร์ชัน
เคล็ดลับPocketbird ไม่ขอสิทธิ์แจ้งเตือนตอนเปิดแอป กล่องขออนุญาตของ iOS มีทางขึ้นได้แค่สองทาง และทั้งสองทางเริ่มจากนิ้วคุณเอง คือปุ่มในหน้าที่เปิดจากการ์ดกระดิ่งในหน้าแรก กับการกดเปิดสวิตช์แจ้งเตือนในหน้าโปรไฟล์ & รอบงบ
เคล็ดลับเซสชันที่บันทึกไว้จะถูกกู้คืนอยู่เบื้องหลังระหว่างหน้าเปิดแอป คนที่เคยเข้าแล้วจึงเข้าไปได้เลย และถ้าเปิดแอปตอนออฟไลน์แล้วโทเค็นหมดอายุ ระบบไม่เตะคุณออก แต่จะเก็บเซสชันในเครื่องไว้แล้วต่ออายุให้เองเมื่อเน็ตกลับมา
02

สร้างบัญชี

หน้าเข้าสู่ระบบคือประตูชั้นนอกสุด ก่อนผ่านหน้านี้ไม่มีอะไรใช้ได้เลย ทั้งวิดเจ็ตและการแชร์สลิปเข้าแอป ทางเข้ามีสองทาง คือ Sign in with Apple ที่อยู่บนสุด กับอีเมล+รหัสผ่านที่ซ่อนอยู่หลังลิงก์เดียว

เคล็ดลับการ์ดใต้ปุ่มควรอ่านสักครั้ง: "Pocketbird ไม่เชื่อมต่อบัญชีธนาคาร จึงดูดเงินของคุณไม่ได้ ข้อมูลเป็นของคุณ และเราไม่ขายให้ใคร" ที่นี่ไม่มีการเชื่อมบัญชีธนาคารให้ต้องตั้งค่า และไม่มีให้ต้องมาถอนทีหลัง
  1. แตะ "ใช้อีเมลแทน" การ์ดกรอกข้อมูลจะกางออก แล้วแป้นพิมพ์ไปรออยู่ที่ช่องอีเมลให้เลย
  2. ดูปุ่มสลับโหมดเหนือการ์ด บนหน้าแรกมันจะเริ่มที่ "สมัครสมาชิก" เพราะคนที่มีเซสชันเก่าอยู่แล้วไม่มีทางมาถึงหน้านี้
  3. ใส่อีเมล แล้วตามด้วยรหัสผ่านอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
  4. กดปุ่มสีน้ำเงิน — "สมัครสมาชิก" หรือ "เข้าสู่ระบบ"
"อีเมล"
แป้นอีเมล ไม่ขึ้นต้นตัวใหญ่ ไม่แก้คำอัตโนมัติ และเปิดออโตฟิลของ iOS ไว้ การตรวจรูปแบบตั้งใจให้หลวม ๆ คือมี @ หนึ่งตัว มีตัวอักษรนำหน้า และมีจุดในส่วนโดเมน
"รหัสผ่าน (อย่างน้อย 6 ตัวอักษร)"
ต้องยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร ระบบเช็กในเครื่องก่อน ปุ่มยืนยันถึงจะกดได้
"ลืมรหัสผ่าน?"
โผล่เฉพาะตอนอยู่โหมดเข้าสู่ระบบ เพราะบัญชีที่ยังไม่มีก็ไม่มีอะไรให้รีเซ็ต
"ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple"
ขอจาก Apple แค่อีเมลอย่างเดียว ไม่ขอชื่อ ไม่ขออย่างอื่น บนหน้าแรกนี้ปุ่มจะเขียนว่า "Sign up with Apple" เพราะคนที่มีเซสชันเดิมอยู่แล้วไม่มีทางมาถึงหน้านี้ และถ้ากดยกเลิกในหน้าต่างของ Apple จะไม่มีข้อความผิดพลาดขึ้นเลย
  • หน้านี้ไม่มีปุ่มปิด เพราะข้างหลังมันไม่มีอะไรอยู่
  • ถ้าการสมัครต้องยืนยันอีเมล บัญชีจะถูกสร้างแล้วแต่ยังไม่มีเซสชัน จะขึ้นว่า "สมัครสำเร็จ — เปิดอีเมลแล้วแตะลิงก์ยืนยันเพื่อเสร็จสิ้นการสมัคร"
  • สมัครซ้ำด้วยอีเมลที่มีบัญชีอยู่แล้วจะไม่ขึ้นข้อผิดพลาดและไม่มีอีเมลส่งออกไป แต่จะขึ้นว่า "อีเมลนี้อาจมีบัญชีอยู่แล้ว — ลองเข้าสู่ระบบ หรือใช้อีเมลอื่น"
  • ปุ่ม return เดินฟอร์มให้ได้ทั้งหน้า — ปุ่ม next ย้ายจากช่องอีเมลไปช่องรหัสผ่าน ส่วนปุ่ม go คือกดยืนยันเลย
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ฟอร์มอีเมลถูกซ่อนไว้จนกว่าคุณจะเรียก
ทำยังไงที่หน้าแรก แตะ "ใช้อีเมลแทน" ที่อยู่ใต้ปุ่ม Apple
ปุ่มสลับ เข้าสู่ระบบ/สมัครสมาชิก ช่องอีเมลและรหัสผ่าน ปุ่มยืนยัน และลิงก์ลืมรหัสผ่าน จะไหลขึ้นมาพร้อมกัน แล้วเคอร์เซอร์ไปอยู่ที่ช่องอีเมลให้เลย หน้านี้ตั้งใจไม่โฟกัสช่องอีเมลเอง เพื่อไม่ให้แป้นพิมพ์บังคำอธิบายว่าแอปนี้มีไว้ทำอะไรตั้งแต่ยังไม่ทันอ่าน
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ให้ iOS คิดรหัสผ่านให้
ทำยังไงสลับปุ่มไปที่ "สมัครสมาชิก" แล้วแตะช่องรหัสผ่าน
ในโหมดสมัครสมาชิก ช่องนี้ถูกประกาศเป็นรหัสผ่านใหม่ iOS จึงเสนอสุ่มรหัสที่แข็งแรงให้และเก็บเข้าแอปรหัสผ่านให้เลย ส่วนโหมดเข้าสู่ระบบ ช่องเดียวกันจะเป็นรหัสผ่านที่บันทึกไว้ iOS จะเติมของเดิมให้แทน ต้องเปิดออโตฟิลของ iOS ไว้ด้วย
03

ลิงก์ยืนยัน ลืมรหัสผ่าน และเปลี่ยนรหัสผ่าน

อีเมลสองแบบที่ Pocketbird ส่งหาคุณได้ คือลิงก์ยืนยันการสมัครกับลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่าน ทั้งคู่แตะแล้วเปิดแอปขึ้นมาเลย และเบื้องหลังเป็นลิงก์คนละเส้นกัน ลิงก์รีเซ็ตจึงไม่มีทางถูกสับสนเป็นลิงก์ยืนยัน

  • แตะลิงก์ยืนยันบนเครื่องเดิม จะเข้าสู่ระบบให้เลยโดยไม่ต้องพิมพ์อะไรซ้ำ ขึ้นว่า "ยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว — เข้าสู่ระบบสำเร็จ"
  • ถ้าเปิดบนเครื่องอื่นหรือหลังลบแอปแล้วลงใหม่ อีเมลก็ยังถูกยืนยันเรียบร้อย แต่แอปทำขั้นตอนสุดท้ายให้ไม่ได้ จะขึ้นว่า "ยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว — เข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านของคุณได้เลย"
  • ลิงก์ยืนยันหมดอายุใน 1 ชั่วโมง และตัวสแกนอีเมลบางตัวกดลิงก์แทนคุณไปก่อนก็มี ทั้งสองกรณีจะขึ้นว่า "ลิงก์ยืนยันใช้ไม่ได้หรือหมดอายุแล้ว — สมัครใหม่อีกครั้งเพื่อรับลิงก์ใหม่"
  1. ลืมรหัสผ่าน: สลับปุ่มไปที่ "เข้าสู่ระบบ" แล้วแตะ "ลืมรหัสผ่าน?"
  2. หน้าต่าง "ลืมรหัสผ่าน" จะเปิดขึ้นพร้อมเติมอีเมลที่คุณพิมพ์ค้างไว้ให้แล้ว กด "ส่งลิงก์รีเซ็ต"
  3. เปิดอีเมลบนเครื่องเดิม แล้วแตะลิงก์
  4. Pocketbird จะเปิดหน้า "ตั้งรหัสผ่านใหม่" เต็มจอ พิมพ์รหัสใหม่สองครั้ง กด "อัปเดตรหัสผ่าน" แล้วกด "เสร็จ"
"รหัสผ่านใหม่ (อย่างน้อย 6 ตัวอักษร)"
ขั้นต่ำ 6 ตัวอักษรเท่ากับตอนสมัคร
"ยืนยันรหัสผ่านใหม่"
ต้องตรงกัน ข้อความ "รหัสผ่านไม่ตรงกัน" จะขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเริ่มพิมพ์ในช่องนี้แล้วเท่านั้น ไม่ขึ้นตั้งแต่ช่องยังว่าง
"รหัสผ่านปัจจุบัน"
มีเฉพาะที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → บัญชี → "เปลี่ยนรหัสผ่าน" ปุ่มบันทึกจะยังกดไม่ได้จนกว่าจะกรอกรหัสเดิม รหัสใหม่ยาว 6 ตัวขึ้นไป ช่องรหัสใหม่ทั้งสองตรงกัน และรหัสใหม่ไม่ซ้ำกับรหัสเดิม
  • ข้อความยืนยันการส่งลิงก์จะไม่บอกว่าอีเมลนั้นมีบัญชีจริงไหม: "หากอีเมลนี้มีบัญชีอยู่ เราได้ส่งลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านใหม่ไปแล้ว เปิดลิงก์บนอุปกรณ์นี้เพื่อตั้งรหัสผ่านใหม่"
  • ลิงก์รีเซ็ตที่เปิดบนเครื่องอื่นจะถูกปฏิเสธโดยตั้งใจ: "เปิดลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่านบนอุปกรณ์ที่คุณขอไว้ หรือขอลิงก์ใหม่อีกครั้ง"
  • แตะลิงก์รีเซ็ตแล้วถือว่าเข้าสู่ระบบเลย เพราะเซสชันกู้คืนก็เป็นเซสชันจริง ถ้าถอยออกจากหน้าตั้งรหัสผ่านใหม่ คุณยังอยู่ในระบบและรหัสเดิมยังใช้ได้อยู่
  • หน้าตั้งรหัสผ่านใหม่ปัดปิดไม่ได้ และจะรอราว 600 มิลลิวินาทีหลังลิงก์มาถึง เพื่อให้หน้าต่างเข้าสู่ระบบที่ค้างอยู่ปิดตัวจนเรียบร้อยก่อน
  • ทั้งกล่องข้อความและหน้าตั้งรหัสผ่านใหม่จะถูกกันไว้จนกว่าหน้าเปิดแอปจะหายไป และถ้าเปิดล็อกแอปไว้ก็ต้องปลดล็อกก่อน ลิงก์ในอีเมลจึงเดินผ่าน Face ID ไม่ได้
ระวังแถว "เปลี่ยนรหัสผ่าน" มีเฉพาะบัญชีที่มีอีเมลกับรหัสผ่านเท่านั้น บัญชีที่สร้างด้วย Sign in with Apple ล้วน ๆ ไม่มีรหัสผ่าน แถวนี้จึงไม่ขึ้นให้เห็นเลย
05

ตัวช่วยตั้งค่า 4 ขั้นตอน

หลังกดยอมรับ จะมีตัวช่วยสั้น ๆ ขึ้นมาครั้งเดียว ไล่ตั้งแต่วันเงินเดือน บัญชีแรก เงินที่มีอยู่ตอนนี้ ไปจนถึงรายจ่ายรายการแรก มันคือหน้าที่ครอบทับแอปซึ่งใช้งานได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ด่านที่ต้องผ่าน ปุ่มข้ามอยู่มุมบนซ้ายของทุกขั้น รวมถึงขั้นสุดท้ายด้วย

  1. "คุณได้รับเงินเดือนวันไหน?" — หมุนวงล้อไปที่วันเงินเดือนของคุณ ตั้งแต่ "วันที่ 1" ถึง "วันที่ 31" แล้วกด "ถัดไป"
  2. "เพิ่มบัญชีแรกของคุณ" — กด "เพิ่มบัญชี" บัญชีที่เพิ่มจะขึ้นในรายการทันที และปุ่มจะเปลี่ยนเป็น "เพิ่มบัญชีอีก"
  3. "ตอนนี้คุณมีเงินอยู่เท่าไหร่?" — ใส่ยอดเงินลงในช่อง "ยอดเงินปัจจุบัน (บาท)" หรือเว้นว่างไว้แล้วค่อยตั้งทีหลังก็ได้
  4. "จดรายจ่ายรายการแรก" — ใส่จำนวนเงินในช่อง "จำนวนเงิน (บาท)" จะแตะเลือกหมวดด้วยก็ได้ ไม่เลือกก็ได้ แล้วกด "จดเลย"
"วันเงินเดือนออก"
วงล้อ 1 ถึง 31 เริ่มต้นที่วันที่ 1 รอบงบของคุณจะเริ่มนับจากวันที่คุณเลือกไว้ตรงนี้ มันจึงเป็นค่าเดียวที่ทำให้ตัวเลขอื่นทั้งหมดตรงกับเดือนของคุณจริง ๆ
"ยอดเงินปัจจุบัน (บาท)"
ไม่บังคับ ถ้ามีบัญชีที่เข้าเกณฑ์อยู่แล้ว บรรทัดใต้ช่องจะบอกว่ายอดนี้จะไปลงที่ไหน: "เพิ่มลงใน %@ เป็นยอดเงินเริ่มต้น"
"จำนวนเงิน (บาท)"
ต้องมากกว่าศูนย์ ปุ่ม "จดเลย" ถึงจะทำงาน ส่วนหมวดหมู่ไม่บังคับ และในหน้านี้จะมีให้เลือกเฉพาะหมวดรายจ่าย
"ข้าม"
อยู่มุมบนซ้ายของทุกขั้น กดแล้วตัวช่วยจะปิดลงและถือว่าจบ และจะไม่กลับมาขึ้นเองอีก
  • ปุ่มถัดไปถูกล็อกอยู่สองขั้น และบอกเหตุผลไว้ด้วย ขั้นที่ 1 จะปลดล็อกเมื่อคุณแตะวงล้อจริง ๆ — "เลือกวันที่คุณได้รับเงินเพื่อไปต่อ หรือข้ามไปก่อนก็ได้" — ส่วนขั้นที่ 2 ต้องมีบัญชีอย่างน้อยหนึ่งบัญชี ทั้งสองขั้นกดข้ามผ่านได้
  • วันเงินเดือนถูกบันทึกตั้งแต่ตอนคุณออกจากขั้นที่ 1 ไม่ใช่ตอนจบทั้งหมด ต่อให้ข้ามที่เหลือ วันที่เลือกไว้ก็ยังอยู่
  • รายจ่ายรายการแรกวิ่งผ่านเส้นทางบันทึกเดียวกับการเพิ่มรายการปกติทุกประการ จึงได้ทั้งการติดแท็กอัตโนมัติ หมวดที่ระบบเรียนรู้ไว้ และช่องทางจ่ายเริ่มต้นของคุณ
  • พอหน้าตัวช่วยปิดลง หน้ารายการข้างล่างจะขึ้น "บันทึก %@ แล้ว" พร้อมปุ่ม "เลิกทำ" ค้างไว้ 4 วินาที
  • ตัวช่วยนี้จะขึ้นเฉพาะกับเครื่องที่ยังว่างจริง ๆ ถ้าในแอปมีบัญชีหรือรายการที่ยังใช้งานอยู่แล้ว ระบบจะทำเครื่องหมายว่าจบให้เงียบ ๆ และไม่แสดงเลย ซึ่งก็คือกรณีของคนที่อัปเดตแอปต่อจากของเดิม
  • และมันจะรอไว้ก่อนถ้าการกู้คืนจากคลาวด์อาจกำลังจะลงมา คนที่กลับมาใช้เครื่องใหม่จึงไม่ถูกจับตั้งค่าแอปที่กำลังจะมีข้อมูลเต็มอยู่แล้ว
เคล็ดลับปุ่ม "เพิ่มบัญชี" เปิดหน้าเพิ่มบัญชีตัวจริงขึ้นมาซ้อนทับ มีครบทั้งประเภท ธนาคาร สี ยอดตั้งต้น ไม่ใช่ฟอร์มย่อส่วนสำหรับตอนเริ่มใช้งาน และรายการข้างหลังก็อัปเดตตามไปด้วย
เคล็ดลับระหว่างที่ตัวช่วยนี้เปิดอยู่ จะไม่มีอะไรมาขัดจังหวะได้ ปกติแอปยอมให้มีป๊อปอัปขึ้นเองได้มากสุดครั้งเดียวต่อการเปิดแอปหนึ่งรอบ และระหว่างขั้นตอนเริ่มใช้งานจะไม่ให้ขึ้นเลย รายการแรกของคุณจึงไม่มีคำแนะนำอะไรมาทับ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
เปิดตัวช่วยตั้งค่าซ้ำเมื่อไหร่ก็ได้
ทำยังไงอื่น ๆ → ตั้งค่า → "โปรไฟล์และการตั้งค่า" → "เปิดตัวช่วยตั้งค่า"
สี่ขั้นเดิมจะกลับมา โดยวงล้ออยู่ที่วันเงินเดือนที่บันทึกไว้แล้ว เปิดซ้ำได้ไม่มีปัญหา เงินเดือน เป้าหมาย และกฎเลื่อนวันหยุดของคุณไม่ถูกแตะ ส่วนขั้นยอดเงินจะไม่เขียนอะไรเลยถ้าตัวเลขในบัญชีตรงกับที่พิมพ์อยู่แล้ว และถ้าวันเงินเดือนที่บันทึกไว้ไม่ใช่วันที่ 1 ปุ่มถัดไปในขั้นแรกจะกดได้ตั้งแต่ต้น
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ขั้นสุดท้ายก็กดข้ามได้
ทำยังไงไปถึงขั้น "จดรายจ่ายรายการแรก" แล้วกด "ข้าม"
ตัวช่วยจะปิดลงโดยไม่บันทึกอะไร และถือว่าจบแล้ว ขั้นนี้ชวนให้จดสักรายการเพราะนั่นคือทั้งแอปในห้าวินาที แต่ถ้าชวนแล้วไม่มีทางออก ขั้นตอนเริ่มใช้งานก็จะกลายเป็นด่าน ซึ่งมันไม่เคยเป็น
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
แตะหมวดที่เลือกไว้ซ้ำเพื่อยกเลิก
ทำยังไงที่ขั้นสุดท้าย แตะการ์ดหมวดที่ไฮไลต์อยู่ซ้ำอีกครั้ง
การ์ดจะหลุดจากการเลือก แล้วรายการจะถูกบันทึกแบบไม่มีหมวด ซึ่งหน้านี้ยอมให้ทำได้ เหมือนกับในฟอร์มปกติ มีประโยชน์ตอนแตะผิดการ์ดแล้วหาทางล้างไม่เจอ
06

ยอดเงินตั้งต้นของคุณ

ขั้นที่ 3 ถามว่าตอนนี้มีเงินเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลเดียว คือยอดที่ใช้ได้ต่อวันคำนวณจากเงินจริง วันแรกมันจึงต้องเริ่มจากเงินที่คุณมีอยู่ ไม่ใช่จากศูนย์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่การตั้งค่า แต่ Pocketbird จะแปลงเป็นรายการปรับยอดฝั่งรายรับหนึ่งรายการในสมุดของคุณ มันจึงตรวจสอบ แก้ไข และย้อนกลับได้เหมือนรายการทั่วไป

  • รายการปรับยอดจะถูกลงวันที่ก่อนเริ่มรอบปัจจุบัน 1 วินาที มันจึงอ่านเป็นเงินที่ยกมา ไม่ถูกนับเป็นรายรับของรอบนี้ ตัวเลขรายรับประจำเดือนของคุณจึงยังตรงตามจริง
  • ยอดจะไปลงในบัญชีที่คุณสร้างไว้ก่อนที่สุด ที่ยังใช้งานอยู่ ไม่ถูกเก็บเข้าคลัง และไม่ใช่บัตรเครดิต
  • ถ้าบัญชีเดียวที่เพิ่มไว้เป็นบัตรเครดิต ขั้นนี้จะไม่ทำอะไรเลย เพราะยอดในบัตรคือเงินที่คุณติดหนี้ ไม่ใช่เงินที่คุณมี
  • ถ้าคุณใส่ยอดตั้งต้นไว้ในฟอร์มเพิ่มบัญชีด้วย ช่องนั้นจะถูกล้างเป็นศูนย์แล้วรวมเข้ามาในรายการปรับยอดนี้รายการเดียว เงินก้อนเดิมจึงไม่ถูกนับซ้ำ
  • เว้นช่องนี้ว่างไว้ก็ได้ จะมาตั้งยอดทีหลังด้วยการเปิดตัวช่วยตั้งค่าซ้ำ หรือปล่อยให้ยอดค่อย ๆ ขึ้นเองตามรายรับที่คุณจดก็ได้
เคล็ดลับพิมพ์ยอดเดิมซ้ำสองครั้งก็ไม่ทำให้เงินเบิ้ล ถ้าในสมุดของคุณอยู่ที่ตัวเลขนั้นอยู่แล้ว ระบบจะไม่เขียนอะไรเพิ่ม นี่คือเหตุผลที่เปิดตัวช่วยตั้งค่าซ้ำได้อย่างสบายใจ
07

วันเงินเดือน เงินเดือน และการแจ้งเตือน

ทุกอย่างที่ตัวช่วยตั้งค่าถามไป มารวมอยู่ในหน้าเดียวหลังจากนั้น พร้อมกับสวิตช์แจ้งเตือนทั้งหมด อยู่ที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → โปรไฟล์และการตั้งค่า → "โปรไฟล์ & รอบงบ" รอบงบเริ่มนับที่วันเงินเดือน และถ้าเดือนไหนสั้นจนไม่มีวันที่คุณเลือกไว้ รอบจะเริ่มที่วันสุดท้ายของเดือนนั้นแทน

"เงินเดือนต่อเดือน (บาท)"
ไม่บังคับ ถ้าเว้นว่างจะถือว่ายังไม่ได้กรอก ซึ่งไม่เหมือนกับใส่ศูนย์ และเป็นหนึ่งในช่องที่ต้องกดบันทึก
"วันเงินเดือนออก"
วันที่ 1 ถึง 31 แสดงเป็น "วันที่ %lld" และถูกบีบให้อยู่ในช่วงนี้เสมอ
"เลื่อนวันเงินเดือนที่ตรงวันหยุดสุดสัปดาห์ให้เร็วขึ้น"
ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าเปิด แล้ววันเงินเดือนตรงกับเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดของคุณ รอบงบจะเริ่มที่วันทำการก่อนหน้าแทน
"วันหยุด"
เปิดรายการวันหยุดที่การเลื่อนวันเงินเดือนใช้อ้างอิง โดยมีวันหยุดราชการไทยใส่ไว้ให้แล้ว
"เป้าหมายแรก (ไม่บังคับ)"
ใส่ชื่อได้ที่ "ชื่อเป้าหมาย เช่น เงินฉุกเฉิน" และยอดที่ "ยอดเป้าหมาย (บาท)"

สวิตช์แจ้งเตือนในหน้าเดียวกันปิดไว้หมด ยกเว้นสามอย่าง และแต่ละอันมีคำอธิบายบอกเวลาของตัวเองอยู่ข้างใต้

  • "แจ้งเตือนบันทึกรายวัน" — เปิดไว้ให้แต่แรก เวลา 20:00
  • "การเตือนงบประมาณ" — เปิดไว้ให้แต่แรก เตือนเมื่อหมวดใกล้ชนงบ และเตือนอีกครั้งเมื่อใช้เกิน เฉพาะหมวดที่ตั้งงบไว้
  • "กิจกรรมในกลุ่ม" — เปิดไว้ให้แต่แรก แต่ต้องเข้าสู่ระบบและให้ความยินยอมเรื่องซิงก์คลาวด์ก่อน ถึงจะส่งอะไรมาได้
  • "แจ้งเตือนวันเงินเดือนออก" — ปิดไว้ ถ้าเปิดจะเตือนเวลา 09:00 ของวันที่รอบงบเริ่ม
  • "สรุปรายสัปดาห์" — ปิดไว้ ค่าเริ่มต้นคือวันอาทิตย์ 18:00 ปรับได้ที่ "วันสรุป" และ "เวลาสรุป" ข้าง ๆ
  • "เตือนบิลครบกำหนด" "เตือนใช้จ่ายเร็วเกินไป" และ "เช็คเงินสดสิ้นวัน" (21:00) ปิดไว้ทั้งหมด
ระวังหน้านี้มีวิธีบันทึกสองแบบอยู่ในจอเดียว สวิตช์และตัวเลือกเวลาจะบันทึกตัวเองทันทีที่กด แล้วตั้งการแจ้งเตือนใหม่ให้เลย ส่วนปุ่มบันทึกกับยกเลิกคุมแค่เงินเดือน วันเงินเดือน กฎวันหยุด และเป้าหมาย ถ้ากด "ยกเลิก" ทั้งที่ยังแก้ตัวเลขค้างไว้ จะมีคำถาม "ละทิ้งการแก้ไขที่ยังไม่ได้บันทึกหรือไม่?" ขึ้นมา แต่มันไม่ย้อนสวิตช์ที่คุณกดไปแล้ว
เคล็ดลับการกดบันทึกในหน้านี้นับว่าคุณยืนยันวันเงินเดือนแล้ว แม้จะไม่ได้เปลี่ยนวันก็ตาม และการ์ดเตือนในหน้าแรกที่ว่า "รอบงบเริ่มวันเงินเดือนออก — ตั้งวันของคุณให้ตัวเลขตรงกับเดือนของคุณ" จะหายไปถาวร
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ให้รอบงบเริ่มเร็วขึ้น เมื่อเงินเดือนออกตรงวันหยุด
ทำยังไงอื่น ๆ → ตั้งค่า → โปรไฟล์และการตั้งค่า → โปรไฟล์ & รอบงบ → เปิด "เลื่อนวันเงินเดือนที่ตรงวันหยุดสุดสัปดาห์ให้เร็วขึ้น"
ค่าเริ่มต้นคือปิด แปลว่าถ้าเงินเดือนออกตรงวันเสาร์ รอบงบจะเริ่มวันเสาร์ ทั้งที่เงินเข้ามาตั้งแต่วันศุกร์ พอเปิดสวิตช์นี้ รอบจะไปเริ่มที่วันทำการก่อนหน้าแทน ตรงกับที่ทำงานที่จ่ายก่อน ไม่ใช่จ่ายทีหลัง ส่วนรายชื่อวันที่มันนับเป็นวันหยุดอยู่ในเมนู "วันหยุด" หน้าเดียวกัน และมีวันหยุดราชการไทยใส่ไว้ให้แล้ว
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
กด "ไว้ทีหลัง" แล้วการแจ้งเตือนจะมาแบบเงียบ ๆ ให้เอง
ทำยังไงแตะการ์ดกระดิ่งในหน้าแรก แล้วกด "ไว้ทีหลัง" จากนั้นปิดแอปแล้วเปิดใหม่
ตอนเปิดแอปครั้งถัดไป Pocketbird จะขอสิทธิ์แจ้งเตือนแบบชั่วคราวกับ iOS โดยไม่มีกล่องขึ้นถามเลยสักครั้ง การแจ้งเตือนจะเริ่มไปโผล่เงียบ ๆ ในศูนย์การแจ้งเตือน ซึ่ง iOS มีปุ่มเก็บไว้หรือปิดให้เลือกเอง คุณจึงลองดูก่อนตัดสินใจได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นครั้งเดียว และเฉพาะตอนที่คุณยังไม่เคยตอบกล่องขออนุญาตตัวจริง
ระวังการ์ดกระดิ่งในหน้าแรกจะขึ้นก็ต่อเมื่อคุณจดรายการไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งรายการ กดปิดด้วย ✕ หนึ่งครั้งคือพัก 14 วัน สองครั้งคือไม่ขึ้นอีกเลย และถ้าคุณกดไม่อนุญาตในกล่องของ iOS คำตอบนั้นถือเป็นที่สิ้นสุดในระดับระบบ การ์ดจะเปลี่ยนเป็น "การแจ้งเตือนปิดอยู่" และแตะแล้วพาไปที่ตั้งค่าของแอปใน iOS เลย
08

ล็อกแอปด้วย Face ID

รหัสปลดล็อกของเครื่องปกป้องตัวเครื่อง ส่วนล็อกแอปปกป้องแอปนี้โดยเฉพาะ เผื่อจังหวะที่คุณยื่นมือถือที่ปลดล็อกอยู่ให้คนอื่นดู ค่าเริ่มต้นคือปิด ต้องเปิดเอง และเป็นการตั้งค่าเฉพาะเครื่อง เปิดที่นี่ไม่ได้ทำให้ Pocketbird ในมือถืออีกเครื่องล็อกตามไปด้วย

  1. ไปที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → "ล็อกแอป"
  2. เปิด "ล็อกแอปด้วย Face ID" มีผลทันที ไม่ต้องกดบันทึก
  3. ครั้งถัดไปที่เปิดแอป หรือกลับเข้าแอปจากพื้นหลัง จะเจอ "Pocketbird ถูกล็อกอยู่" และหน้าต่างยืนยันตัวตนจะเด้งขึ้นมาเอง
  4. ถ้าเผลอปิดหน้าต่างยืนยันไป กด "ปลดล็อก" เพื่อเรียกกลับมาใหม่
  • ข้อความใต้สวิตช์บอกไว้ตรง ๆ ว่า "ต้องยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เปิดหรือกลับเข้าแอป"
  • ถ้า Face ID ใช้ไม่ได้หรือพลาดซ้ำ ๆ ระบบยอมรับรหัสปลดล็อกเครื่องแทน มุมกล้องแย่ ๆ จึงกันคุณออกจากข้อมูลตัวเองไม่ได้
  • การล็อกซ้ำเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่แอปลงไปอยู่เบื้องหลังจริง ๆ เท่านั้น ดึงศูนย์ควบคุม หน้าต่างสแกนใบหน้า หรือแวบดูหน้าสลับแอป ไม่ทำให้ถามซ้ำ
  • หน้าล็อกทึบสนิท ภาพตัวอย่างในหน้าสลับแอปจึงเห็นเป็นหน้าล็อก ไม่ใช่ยอดเงินของคุณ
  • ตอนเปิดแอป ล็อกทำงานก่อนการกู้เซสชันที่บันทึกไว้ หน้าล็อกจึงขึ้นได้ทั้งที่แอปยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณล็อกอินอยู่ไหม
  • ปิดแล้วมีผลตั้งแต่ครั้งถัดไปที่เปิดหรือกลับเข้าแอปเลย ไม่ต้องรีสตาร์ต ไม่ต้องออกจากระบบ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
สวิตช์ล็อกแอปมีอีกอัน ซ่อนลึกสามชั้น
ทำยังไงอื่น ๆ → ตั้งค่า → โปรไฟล์และการตั้งค่า → โปรไฟล์ & รอบงบ → "ล็อกแอปด้วย Face ID"
สวิตช์ตัวเดียวกันอยู่ปนกับสวิตช์แจ้งเตือนในหน้าโปรไฟล์ & รอบงบ และเขียนค่าเดียวกันที่เก็บไว้เฉพาะเครื่อง โดยไม่ต้องกดบันทึก สะดวกตอนที่คุณเข้าไปตั้งวันเงินเดือนกับการแจ้งเตือนอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องวนเข้าตั้งค่าอีกรอบ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ปุ่มปลดล็อกบอกได้ว่าเครื่องคุณใช้อะไรยืนยันตัวตน
ทำยังไงกดยกเลิกหน้าต่างยืนยันตัวตนที่เด้งขึ้นมาเอง แล้วดูที่ปุ่ม
ทั้งไอคอนและป้าย VoiceOver จะเปลี่ยนตามฮาร์ดแวร์จริงของเครื่อง — "ปลดล็อกด้วย Face ID" "ปลดล็อกด้วย Touch ID" หรือเป็นแม่กุญแจธรรมดาที่เขียนว่า "ปลดล็อกด้วยรหัส" ถ้าเครื่องไม่มีทั้งสองอย่าง ส่วนหน้าต่างของระบบจะบอกเหตุผลไว้เสมอว่า "ปลดล็อก Pocketbird เพื่อดูข้อมูลการเงินของคุณ"
09

ย้ายเครื่องใหม่ และการถอนตัวออก

ขั้นตอนชุดเดียวกันนี้จะกลับมาอีกในครั้งที่สอง ไม่ว่าจะบนมือถือเครื่องใหม่ หลังลบแล้วลงใหม่ หรือตอนที่คนอื่นมาเข้าสู่ระบบบนเครื่องคุณ ส่วนจะเจอแบบไหน ขึ้นอยู่กับอย่างเดียวคือคุณเปิดซิงก์ขึ้นคลาวด์ไว้หรือเปล่า

  • ถ้าเปิดซิงก์ไว้ พอเข้าสู่ระบบบนเครื่องใหม่จะเห็น "กำลังกู้คืนข้อมูลของคุณ" คลุมแถวเปล่า ๆ ระหว่างซิงก์รอบแรก ไม่ใช่หน้าว่างที่ทำให้เข้าใจผิดว่าไม่มีข้อมูล
  • บันทึกความยินยอมลงมาพร้อมข้อมูลอื่น หน้าให้ความยินยอมจึงมักไม่ขึ้นอีก และตัวช่วยตั้งค่าจะถูกทำเครื่องหมายว่าจบให้เงียบ ๆ เมื่อข้อมูลลงครบ
  • ถ้าซิงก์รอบแรกล้มเหลว เช่นเน็ตหลุดพอดีหลังเข้าสู่ระบบ แอปจะไม่ค้างรอ แต่จะปล่อยผ่านแล้วเสนอตัวช่วยตั้งค่าให้ เพราะสภาพที่เห็นคือเครื่องว่าง
  • ถ้าเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีอื่นบนเครื่องเดิม ระบบจะล้างข้อมูลในเครื่องก่อน แล้วค่อยกู้คืนของบัญชีใหม่ รวมถึงความยินยอมและโปรไฟล์ คนใหม่จึงได้เจอหน้าให้ความยินยอม หมวดหมู่ตั้งต้นชุดใหม่ และตัวช่วยตั้งค่า
  • ถ้ายังไม่ได้เข้าสู่ระบบหรือยังไม่ได้ให้ความยินยอม ส่วนขยายแชร์จะปฏิเสธอย่างสุภาพว่า "ต้องเข้าสู่ระบบก่อน" หรือ "ต้องยินยอมก่อน" ส่วนการกดวิดเจ็ตเพิ่มรายการด่วนจะถูกพักคิวไว้ ไม่หายไปไหน

การออกจากระบบที่นี่ไม่ใช่เรื่องเบา ๆ อื่น ๆ → ตั้งค่า → บัญชี → "ออกจากระบบ" จะลบทุกอย่างในเครื่องนี้ แล้วคืนสภาพเหมือนเพิ่งติดตั้งใหม่: "การออกจากระบบจะลบทุกอย่างในเครื่องนี้ ข้อมูลที่ซิงก์แล้วจะกลับมาเมื่อคุณเข้าสู่ระบบอีกครั้ง"

  • การแก้ไขที่ยังค้างอยู่จะถูกส่งขึ้นคลาวด์ก่อน และแอปจะรอจนซิงก์เสร็จ คนที่ออนไลน์อยู่จึงไม่เสียข้อมูลที่ยังไม่ได้ซิงก์
  • โทเค็นแจ้งเตือนของเครื่องนี้จะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่เซสชันยังใช้ได้ เครื่องนี้จึงหยุดรับการแจ้งเตือนกลุ่มของบัญชีนั้น
  • ถ้าการออกจากระบบล้มเหลว การล้างข้อมูลจะไม่ทำงานเลย คุณยังอยู่ในระบบและข้อมูลยังครบ
  • หน้าจอ "กำลังออกจากระบบ…" จะค้างไว้เต็มจอจนล้างข้อมูลเสร็จ หน้าเข้าสู่ระบบจึงไม่แวบขึ้นมาทับข้อมูลที่ลบค้างอยู่
  • การล้างข้อมูลจะเคลียร์เครื่องหมายว่าเคยผ่านตัวช่วยตั้งค่าที่เก็บไว้ในเครื่องด้วย บัญชีถัดไปที่เข้าสู่ระบบบนเครื่องนี้จึงได้เจอตัวช่วยตั้งค่าอีกครั้ง
ระวังปุ่มสีแดง "ลบบัญชีและข้อมูลทั้งหมด" ในตั้งค่าเป็นคนละเรื่อง มันลบข้อมูลบนคลาวด์ก่อน แล้วค่อยลบในเครื่อง ถ้าลบบนคลาวด์ไม่ได้เพราะออฟไลน์อยู่ ข้อมูลในเครื่องก็จะไม่ถูกลบเช่นกัน กล่องยืนยันพูดตรง ๆ ว่า "ลบข้อมูลทั้งในเครื่องและบนคลาวด์อย่างถาวร กู้คืนไม่ได้ — แนะนำให้ส่งออกข้อมูลก่อน"
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ตอนนี้ยังไม่เปิดซิงก์ก็ได้ เปิดทีหลังโดยไม่เสียอะไร
ทำยังไงอื่น ๆ → ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → "ความเป็นส่วนตัว (PDPA)" → เปิด "ซิงก์ข้อมูลขึ้นคลาวด์ (Supabase)"
ทุกอย่างที่คุณจดไว้ในเครื่องจะเริ่มซิงก์ตั้งแต่วินาทีนั้น การไม่เปิดตอนอยู่หน้าให้ความยินยอมจึงไม่ได้ทำให้เสียอะไร นอกจากข้อมูลสำรองที่ยังไม่มีอยู่แล้ว หน้าเดียวกันนี้แสดงทุกวัตถุประสงค์พร้อมวันที่ "เปลี่ยนล่าสุด" และ "เวอร์ชันนโยบาย" และใช้สวิตช์ตัวเดิมถอนการซิงก์คืนได้ โดยการถอนจะถูกซิงก์ขึ้นไปทันทีในฐานะสิ่งสุดท้ายที่เขียนขึ้นเซิร์ฟเวอร์