เปิดแอปครั้งแรก ต้องทำอะไรบ้าง
การเริ่มใช้ครั้งแรกมีไว้เคลียร์สองเรื่องก่อนที่คุณจะจดเงินบาทแรก คือบัญชีผู้ใช้ที่จะเอาไว้ผูกข้อมูล กับคำอนุญาตให้ Pocketbird เก็บข้อมูลการเงินของคุณได้ ทั้งหมดมีแค่สองหน้านี้ ที่เหลือไม่บังคับ และระหว่างที่ตั้งค่าอยู่ แอปก็ใช้งานได้แล้ว
ทุกครั้งที่เปิดแอปขึ้นมาใหม่ จะเห็นเหรียญนก 1.7 วินาที แล้วจางไปอีก 0.35 วินาทีเข้าสู่หน้าถัดไป มันเป็นแค่ภาพเปิดเท่านั้น การกู้เซสชันที่บันทึกไว้ การซิงก์รอบแรก และการเช็กล็อกแอป ทำงานอยู่ข้างหลังพร้อมกันหมด ถ้าเปิดลดการเคลื่อนไหวไว้ เหรียญจะไม่หมุน เหลือแค่การจางเข้า
บัญชีที่เพิ่งสร้างไม่ใช่แอปเปล่า ก่อนที่คุณจะแตะอะไรสักอย่าง Pocketbird ใส่ของตั้งต้นไว้ให้พอที่ทุกหน้าจะอ่านรู้เรื่องแล้ว
- หมวดหมู่หลัก 11 หมวดพร้อมหมวดย่อยชุดหนึ่ง ถูกใส่ให้ตั้งแต่เปิดแอปครั้งแรก ก่อนเข้าสู่ระบบด้วยซ้ำ — ค่าอาหาร เดินทาง ส่งเงินให้ที่บ้าน กยศ. เติมเงินอีวอลเล็ต ช้อปปิ้ง บันเทิง ค่าบิล เงินเดือน รายได้เสริม และจ่ายหนี้
- โปรไฟล์เริ่มต้นถูกสร้างให้อัตโนมัติ — วันเงินเดือนออกเป็นวันที่ 1 ยังไม่มีเงินเดือน ยังไม่มีเป้าหมาย ทั้งสามอย่างแก้ทีหลังได้
- พอเข้าสู่ระบบแล้ว แอปจะใส่วันหยุดราชการไทยไว้ให้ เพราะการเลื่อนวันเงินเดือนที่ตรงวันหยุดต้องใช้ข้อมูลชุดนี้
- การแจ้งเตือนที่เปิดไว้ให้แต่แรกมีสามอย่าง คือแจ้งเตือนบันทึกรายวันเวลา 20:00 การเตือนงบประมาณ และกิจกรรมในกลุ่ม ที่เหลือปิดหมด ทั้งเตือนวันเงินเดือน เตือนบิล เตือนใช้จ่ายเร็วเกินไป สรุปรายสัปดาห์ เช็กเงินสดสิ้นวัน และล็อกแอป
- หน้า "มีอะไรใหม่" จะถูกทำเครื่องหมายว่าอ่านแล้วตั้งแต่ติดตั้งใหม่ เพราะคนที่เพิ่งเจอทั้งแอปเมื่อกี้ ไม่ต้องอ่านสรุปว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง มันจะโผล่ก็ต่อเมื่อมีการอัปเดตเวอร์ชัน
สร้างบัญชี
หน้าเข้าสู่ระบบคือประตูชั้นนอกสุด ก่อนผ่านหน้านี้ไม่มีอะไรใช้ได้เลย ทั้งวิดเจ็ตและการแชร์สลิปเข้าแอป ทางเข้ามีสองทาง คือ Sign in with Apple ที่อยู่บนสุด กับอีเมล+รหัสผ่านที่ซ่อนอยู่หลังลิงก์เดียว
- แตะ "ใช้อีเมลแทน" การ์ดกรอกข้อมูลจะกางออก แล้วแป้นพิมพ์ไปรออยู่ที่ช่องอีเมลให้เลย
- ดูปุ่มสลับโหมดเหนือการ์ด บนหน้าแรกมันจะเริ่มที่ "สมัครสมาชิก" เพราะคนที่มีเซสชันเก่าอยู่แล้วไม่มีทางมาถึงหน้านี้
- ใส่อีเมล แล้วตามด้วยรหัสผ่านอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
- กดปุ่มสีน้ำเงิน — "สมัครสมาชิก" หรือ "เข้าสู่ระบบ"
- หน้านี้ไม่มีปุ่มปิด เพราะข้างหลังมันไม่มีอะไรอยู่
- ถ้าการสมัครต้องยืนยันอีเมล บัญชีจะถูกสร้างแล้วแต่ยังไม่มีเซสชัน จะขึ้นว่า "สมัครสำเร็จ — เปิดอีเมลแล้วแตะลิงก์ยืนยันเพื่อเสร็จสิ้นการสมัคร"
- สมัครซ้ำด้วยอีเมลที่มีบัญชีอยู่แล้วจะไม่ขึ้นข้อผิดพลาดและไม่มีอีเมลส่งออกไป แต่จะขึ้นว่า "อีเมลนี้อาจมีบัญชีอยู่แล้ว — ลองเข้าสู่ระบบ หรือใช้อีเมลอื่น"
- ปุ่ม return เดินฟอร์มให้ได้ทั้งหน้า — ปุ่ม next ย้ายจากช่องอีเมลไปช่องรหัสผ่าน ส่วนปุ่ม go คือกดยืนยันเลย
ลิงก์ยืนยัน ลืมรหัสผ่าน และเปลี่ยนรหัสผ่าน
อีเมลสองแบบที่ Pocketbird ส่งหาคุณได้ คือลิงก์ยืนยันการสมัครกับลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่าน ทั้งคู่แตะแล้วเปิดแอปขึ้นมาเลย และเบื้องหลังเป็นลิงก์คนละเส้นกัน ลิงก์รีเซ็ตจึงไม่มีทางถูกสับสนเป็นลิงก์ยืนยัน
- แตะลิงก์ยืนยันบนเครื่องเดิม จะเข้าสู่ระบบให้เลยโดยไม่ต้องพิมพ์อะไรซ้ำ ขึ้นว่า "ยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว — เข้าสู่ระบบสำเร็จ"
- ถ้าเปิดบนเครื่องอื่นหรือหลังลบแอปแล้วลงใหม่ อีเมลก็ยังถูกยืนยันเรียบร้อย แต่แอปทำขั้นตอนสุดท้ายให้ไม่ได้ จะขึ้นว่า "ยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว — เข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านของคุณได้เลย"
- ลิงก์ยืนยันหมดอายุใน 1 ชั่วโมง และตัวสแกนอีเมลบางตัวกดลิงก์แทนคุณไปก่อนก็มี ทั้งสองกรณีจะขึ้นว่า "ลิงก์ยืนยันใช้ไม่ได้หรือหมดอายุแล้ว — สมัครใหม่อีกครั้งเพื่อรับลิงก์ใหม่"
- ลืมรหัสผ่าน: สลับปุ่มไปที่ "เข้าสู่ระบบ" แล้วแตะ "ลืมรหัสผ่าน?"
- หน้าต่าง "ลืมรหัสผ่าน" จะเปิดขึ้นพร้อมเติมอีเมลที่คุณพิมพ์ค้างไว้ให้แล้ว กด "ส่งลิงก์รีเซ็ต"
- เปิดอีเมลบนเครื่องเดิม แล้วแตะลิงก์
- Pocketbird จะเปิดหน้า "ตั้งรหัสผ่านใหม่" เต็มจอ พิมพ์รหัสใหม่สองครั้ง กด "อัปเดตรหัสผ่าน" แล้วกด "เสร็จ"
- ข้อความยืนยันการส่งลิงก์จะไม่บอกว่าอีเมลนั้นมีบัญชีจริงไหม: "หากอีเมลนี้มีบัญชีอยู่ เราได้ส่งลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านใหม่ไปแล้ว เปิดลิงก์บนอุปกรณ์นี้เพื่อตั้งรหัสผ่านใหม่"
- ลิงก์รีเซ็ตที่เปิดบนเครื่องอื่นจะถูกปฏิเสธโดยตั้งใจ: "เปิดลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่านบนอุปกรณ์ที่คุณขอไว้ หรือขอลิงก์ใหม่อีกครั้ง"
- แตะลิงก์รีเซ็ตแล้วถือว่าเข้าสู่ระบบเลย เพราะเซสชันกู้คืนก็เป็นเซสชันจริง ถ้าถอยออกจากหน้าตั้งรหัสผ่านใหม่ คุณยังอยู่ในระบบและรหัสเดิมยังใช้ได้อยู่
- หน้าตั้งรหัสผ่านใหม่ปัดปิดไม่ได้ และจะรอราว 600 มิลลิวินาทีหลังลิงก์มาถึง เพื่อให้หน้าต่างเข้าสู่ระบบที่ค้างอยู่ปิดตัวจนเรียบร้อยก่อน
- ทั้งกล่องข้อความและหน้าตั้งรหัสผ่านใหม่จะถูกกันไว้จนกว่าหน้าเปิดแอปจะหายไป และถ้าเปิดล็อกแอปไว้ก็ต้องปลดล็อกก่อน ลิงก์ในอีเมลจึงเดินผ่าน Face ID ไม่ได้
หน้าให้ความยินยอม
ถัดจากการเข้าสู่ระบบคือด่านบังคับด่านเดียว — "ความยินยอม (PDPA)" ยังไม่มีอะไรถูกบันทึกจนกว่าคุณจะกดยอมรับ หน้านี้ไล่ให้ดูทีละวัตถุประสงค์ว่าข้อมูลของคุณจะถูกประมวลผลเพื่ออะไร โดยมีคำอธิบายเป็นภาษาคนธรรมดากำกับไว้ใต้แต่ละข้อ และบอกด้วยว่ากำลังยอมรับนโยบายฉบับไหนอยู่
- ไม่มีอะไรถูกติ๊กไว้ให้ล่วงหน้า ปุ่ม "ยอมรับและดำเนินการต่อ" จะกดไม่ได้ตราบใดที่ข้อจำเป็นยังปิดอยู่ และมีบรรทัดอธิบายใต้สวิตช์ว่า "ต้องยินยอมข้อนี้จึงจะใช้แอปได้ — แอปทั้งแอปคือการบันทึกและคำนวณข้อมูลการเงินของคุณ"
- ถ้าไม่เปิดซิงก์ขึ้นคลาวด์ จะมีข้อความใจเย็น ๆ ขึ้นเหนือปุ่ม ไม่ใช่ข้อความสีแดง: "ข้อมูลของคุณจะอยู่บน iPhone เครื่องนี้เท่านั้น หากไม่เปิดซิงก์ขึ้นคลาวด์ จะกู้คืนไม่ได้เมื่อเปลี่ยนหรือทำเครื่องหาย คุณเปิดใช้ภายหลังได้ในการตั้งค่า"
- ข้อที่ไม่บังคับ ถ้าคุณปล่อยปิดไว้ ระบบจะเก็บว่ายังไม่ได้ให้ความยินยอม ไม่ได้เก็บว่าปฏิเสธ การกดผ่านหน้านี้บนเครื่องที่สองจึงไม่มีทางไปปิดการซิงก์ของทั้งบัญชี
- บันทึกความยินยอมเป็นแบบเพิ่มอย่างเดียว ทุกครั้งที่ให้หรือถอน จะเพิ่มระเบียนใหม่พร้อมวันที่ ไม่มีการแก้หรือลบของเดิม
- นโยบายฉบับปัจจุบันคือ 2.0 ถ้ามีการขยับเวอร์ชัน หน้านี้จะกลับมาอีกครั้ง เพราะความยินยอมที่ให้ไว้กับฉบับเก่าไม่ถือว่าใช้ได้
- หน้านี้มีแค่สองข้อนี้เท่านั้น ส่วนสิทธิ์สำหรับผู้ช่วย AI อีกสองข้อ ตั้งใจไม่เอามาไว้ตอนเริ่มใช้งาน แต่ไปอยู่ที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → ความเป็นส่วนตัว (PDPA) และในขั้นตอนเชื่อมแอป
ตัวช่วยตั้งค่า 4 ขั้นตอน
หลังกดยอมรับ จะมีตัวช่วยสั้น ๆ ขึ้นมาครั้งเดียว ไล่ตั้งแต่วันเงินเดือน บัญชีแรก เงินที่มีอยู่ตอนนี้ ไปจนถึงรายจ่ายรายการแรก มันคือหน้าที่ครอบทับแอปซึ่งใช้งานได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ด่านที่ต้องผ่าน ปุ่มข้ามอยู่มุมบนซ้ายของทุกขั้น รวมถึงขั้นสุดท้ายด้วย
- "คุณได้รับเงินเดือนวันไหน?" — หมุนวงล้อไปที่วันเงินเดือนของคุณ ตั้งแต่ "วันที่ 1" ถึง "วันที่ 31" แล้วกด "ถัดไป"
- "เพิ่มบัญชีแรกของคุณ" — กด "เพิ่มบัญชี" บัญชีที่เพิ่มจะขึ้นในรายการทันที และปุ่มจะเปลี่ยนเป็น "เพิ่มบัญชีอีก"
- "ตอนนี้คุณมีเงินอยู่เท่าไหร่?" — ใส่ยอดเงินลงในช่อง "ยอดเงินปัจจุบัน (บาท)" หรือเว้นว่างไว้แล้วค่อยตั้งทีหลังก็ได้
- "จดรายจ่ายรายการแรก" — ใส่จำนวนเงินในช่อง "จำนวนเงิน (บาท)" จะแตะเลือกหมวดด้วยก็ได้ ไม่เลือกก็ได้ แล้วกด "จดเลย"
- ปุ่มถัดไปถูกล็อกอยู่สองขั้น และบอกเหตุผลไว้ด้วย ขั้นที่ 1 จะปลดล็อกเมื่อคุณแตะวงล้อจริง ๆ — "เลือกวันที่คุณได้รับเงินเพื่อไปต่อ หรือข้ามไปก่อนก็ได้" — ส่วนขั้นที่ 2 ต้องมีบัญชีอย่างน้อยหนึ่งบัญชี ทั้งสองขั้นกดข้ามผ่านได้
- วันเงินเดือนถูกบันทึกตั้งแต่ตอนคุณออกจากขั้นที่ 1 ไม่ใช่ตอนจบทั้งหมด ต่อให้ข้ามที่เหลือ วันที่เลือกไว้ก็ยังอยู่
- รายจ่ายรายการแรกวิ่งผ่านเส้นทางบันทึกเดียวกับการเพิ่มรายการปกติทุกประการ จึงได้ทั้งการติดแท็กอัตโนมัติ หมวดที่ระบบเรียนรู้ไว้ และช่องทางจ่ายเริ่มต้นของคุณ
- พอหน้าตัวช่วยปิดลง หน้ารายการข้างล่างจะขึ้น "บันทึก %@ แล้ว" พร้อมปุ่ม "เลิกทำ" ค้างไว้ 4 วินาที
- ตัวช่วยนี้จะขึ้นเฉพาะกับเครื่องที่ยังว่างจริง ๆ ถ้าในแอปมีบัญชีหรือรายการที่ยังใช้งานอยู่แล้ว ระบบจะทำเครื่องหมายว่าจบให้เงียบ ๆ และไม่แสดงเลย ซึ่งก็คือกรณีของคนที่อัปเดตแอปต่อจากของเดิม
- และมันจะรอไว้ก่อนถ้าการกู้คืนจากคลาวด์อาจกำลังจะลงมา คนที่กลับมาใช้เครื่องใหม่จึงไม่ถูกจับตั้งค่าแอปที่กำลังจะมีข้อมูลเต็มอยู่แล้ว
ยอดเงินตั้งต้นของคุณ
ขั้นที่ 3 ถามว่าตอนนี้มีเงินเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลเดียว คือยอดที่ใช้ได้ต่อวันคำนวณจากเงินจริง วันแรกมันจึงต้องเริ่มจากเงินที่คุณมีอยู่ ไม่ใช่จากศูนย์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่การตั้งค่า แต่ Pocketbird จะแปลงเป็นรายการปรับยอดฝั่งรายรับหนึ่งรายการในสมุดของคุณ มันจึงตรวจสอบ แก้ไข และย้อนกลับได้เหมือนรายการทั่วไป
- รายการปรับยอดจะถูกลงวันที่ก่อนเริ่มรอบปัจจุบัน 1 วินาที มันจึงอ่านเป็นเงินที่ยกมา ไม่ถูกนับเป็นรายรับของรอบนี้ ตัวเลขรายรับประจำเดือนของคุณจึงยังตรงตามจริง
- ยอดจะไปลงในบัญชีที่คุณสร้างไว้ก่อนที่สุด ที่ยังใช้งานอยู่ ไม่ถูกเก็บเข้าคลัง และไม่ใช่บัตรเครดิต
- ถ้าบัญชีเดียวที่เพิ่มไว้เป็นบัตรเครดิต ขั้นนี้จะไม่ทำอะไรเลย เพราะยอดในบัตรคือเงินที่คุณติดหนี้ ไม่ใช่เงินที่คุณมี
- ถ้าคุณใส่ยอดตั้งต้นไว้ในฟอร์มเพิ่มบัญชีด้วย ช่องนั้นจะถูกล้างเป็นศูนย์แล้วรวมเข้ามาในรายการปรับยอดนี้รายการเดียว เงินก้อนเดิมจึงไม่ถูกนับซ้ำ
- เว้นช่องนี้ว่างไว้ก็ได้ จะมาตั้งยอดทีหลังด้วยการเปิดตัวช่วยตั้งค่าซ้ำ หรือปล่อยให้ยอดค่อย ๆ ขึ้นเองตามรายรับที่คุณจดก็ได้
วันเงินเดือน เงินเดือน และการแจ้งเตือน
ทุกอย่างที่ตัวช่วยตั้งค่าถามไป มารวมอยู่ในหน้าเดียวหลังจากนั้น พร้อมกับสวิตช์แจ้งเตือนทั้งหมด อยู่ที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → โปรไฟล์และการตั้งค่า → "โปรไฟล์ & รอบงบ" รอบงบเริ่มนับที่วันเงินเดือน และถ้าเดือนไหนสั้นจนไม่มีวันที่คุณเลือกไว้ รอบจะเริ่มที่วันสุดท้ายของเดือนนั้นแทน
สวิตช์แจ้งเตือนในหน้าเดียวกันปิดไว้หมด ยกเว้นสามอย่าง และแต่ละอันมีคำอธิบายบอกเวลาของตัวเองอยู่ข้างใต้
- "แจ้งเตือนบันทึกรายวัน" — เปิดไว้ให้แต่แรก เวลา 20:00
- "การเตือนงบประมาณ" — เปิดไว้ให้แต่แรก เตือนเมื่อหมวดใกล้ชนงบ และเตือนอีกครั้งเมื่อใช้เกิน เฉพาะหมวดที่ตั้งงบไว้
- "กิจกรรมในกลุ่ม" — เปิดไว้ให้แต่แรก แต่ต้องเข้าสู่ระบบและให้ความยินยอมเรื่องซิงก์คลาวด์ก่อน ถึงจะส่งอะไรมาได้
- "แจ้งเตือนวันเงินเดือนออก" — ปิดไว้ ถ้าเปิดจะเตือนเวลา 09:00 ของวันที่รอบงบเริ่ม
- "สรุปรายสัปดาห์" — ปิดไว้ ค่าเริ่มต้นคือวันอาทิตย์ 18:00 ปรับได้ที่ "วันสรุป" และ "เวลาสรุป" ข้าง ๆ
- "เตือนบิลครบกำหนด" "เตือนใช้จ่ายเร็วเกินไป" และ "เช็คเงินสดสิ้นวัน" (21:00) ปิดไว้ทั้งหมด
ล็อกแอปด้วย Face ID
รหัสปลดล็อกของเครื่องปกป้องตัวเครื่อง ส่วนล็อกแอปปกป้องแอปนี้โดยเฉพาะ เผื่อจังหวะที่คุณยื่นมือถือที่ปลดล็อกอยู่ให้คนอื่นดู ค่าเริ่มต้นคือปิด ต้องเปิดเอง และเป็นการตั้งค่าเฉพาะเครื่อง เปิดที่นี่ไม่ได้ทำให้ Pocketbird ในมือถืออีกเครื่องล็อกตามไปด้วย
- ไปที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → "ล็อกแอป"
- เปิด "ล็อกแอปด้วย Face ID" มีผลทันที ไม่ต้องกดบันทึก
- ครั้งถัดไปที่เปิดแอป หรือกลับเข้าแอปจากพื้นหลัง จะเจอ "Pocketbird ถูกล็อกอยู่" และหน้าต่างยืนยันตัวตนจะเด้งขึ้นมาเอง
- ถ้าเผลอปิดหน้าต่างยืนยันไป กด "ปลดล็อก" เพื่อเรียกกลับมาใหม่
- ข้อความใต้สวิตช์บอกไว้ตรง ๆ ว่า "ต้องยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เปิดหรือกลับเข้าแอป"
- ถ้า Face ID ใช้ไม่ได้หรือพลาดซ้ำ ๆ ระบบยอมรับรหัสปลดล็อกเครื่องแทน มุมกล้องแย่ ๆ จึงกันคุณออกจากข้อมูลตัวเองไม่ได้
- การล็อกซ้ำเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่แอปลงไปอยู่เบื้องหลังจริง ๆ เท่านั้น ดึงศูนย์ควบคุม หน้าต่างสแกนใบหน้า หรือแวบดูหน้าสลับแอป ไม่ทำให้ถามซ้ำ
- หน้าล็อกทึบสนิท ภาพตัวอย่างในหน้าสลับแอปจึงเห็นเป็นหน้าล็อก ไม่ใช่ยอดเงินของคุณ
- ตอนเปิดแอป ล็อกทำงานก่อนการกู้เซสชันที่บันทึกไว้ หน้าล็อกจึงขึ้นได้ทั้งที่แอปยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณล็อกอินอยู่ไหม
- ปิดแล้วมีผลตั้งแต่ครั้งถัดไปที่เปิดหรือกลับเข้าแอปเลย ไม่ต้องรีสตาร์ต ไม่ต้องออกจากระบบ
ย้ายเครื่องใหม่ และการถอนตัวออก
ขั้นตอนชุดเดียวกันนี้จะกลับมาอีกในครั้งที่สอง ไม่ว่าจะบนมือถือเครื่องใหม่ หลังลบแล้วลงใหม่ หรือตอนที่คนอื่นมาเข้าสู่ระบบบนเครื่องคุณ ส่วนจะเจอแบบไหน ขึ้นอยู่กับอย่างเดียวคือคุณเปิดซิงก์ขึ้นคลาวด์ไว้หรือเปล่า
- ถ้าเปิดซิงก์ไว้ พอเข้าสู่ระบบบนเครื่องใหม่จะเห็น "กำลังกู้คืนข้อมูลของคุณ" คลุมแถวเปล่า ๆ ระหว่างซิงก์รอบแรก ไม่ใช่หน้าว่างที่ทำให้เข้าใจผิดว่าไม่มีข้อมูล
- บันทึกความยินยอมลงมาพร้อมข้อมูลอื่น หน้าให้ความยินยอมจึงมักไม่ขึ้นอีก และตัวช่วยตั้งค่าจะถูกทำเครื่องหมายว่าจบให้เงียบ ๆ เมื่อข้อมูลลงครบ
- ถ้าซิงก์รอบแรกล้มเหลว เช่นเน็ตหลุดพอดีหลังเข้าสู่ระบบ แอปจะไม่ค้างรอ แต่จะปล่อยผ่านแล้วเสนอตัวช่วยตั้งค่าให้ เพราะสภาพที่เห็นคือเครื่องว่าง
- ถ้าเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีอื่นบนเครื่องเดิม ระบบจะล้างข้อมูลในเครื่องก่อน แล้วค่อยกู้คืนของบัญชีใหม่ รวมถึงความยินยอมและโปรไฟล์ คนใหม่จึงได้เจอหน้าให้ความยินยอม หมวดหมู่ตั้งต้นชุดใหม่ และตัวช่วยตั้งค่า
- ถ้ายังไม่ได้เข้าสู่ระบบหรือยังไม่ได้ให้ความยินยอม ส่วนขยายแชร์จะปฏิเสธอย่างสุภาพว่า "ต้องเข้าสู่ระบบก่อน" หรือ "ต้องยินยอมก่อน" ส่วนการกดวิดเจ็ตเพิ่มรายการด่วนจะถูกพักคิวไว้ ไม่หายไปไหน
การออกจากระบบที่นี่ไม่ใช่เรื่องเบา ๆ อื่น ๆ → ตั้งค่า → บัญชี → "ออกจากระบบ" จะลบทุกอย่างในเครื่องนี้ แล้วคืนสภาพเหมือนเพิ่งติดตั้งใหม่: "การออกจากระบบจะลบทุกอย่างในเครื่องนี้ ข้อมูลที่ซิงก์แล้วจะกลับมาเมื่อคุณเข้าสู่ระบบอีกครั้ง"
- การแก้ไขที่ยังค้างอยู่จะถูกส่งขึ้นคลาวด์ก่อน และแอปจะรอจนซิงก์เสร็จ คนที่ออนไลน์อยู่จึงไม่เสียข้อมูลที่ยังไม่ได้ซิงก์
- โทเค็นแจ้งเตือนของเครื่องนี้จะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่เซสชันยังใช้ได้ เครื่องนี้จึงหยุดรับการแจ้งเตือนกลุ่มของบัญชีนั้น
- ถ้าการออกจากระบบล้มเหลว การล้างข้อมูลจะไม่ทำงานเลย คุณยังอยู่ในระบบและข้อมูลยังครบ
- หน้าจอ "กำลังออกจากระบบ…" จะค้างไว้เต็มจอจนล้างข้อมูลเสร็จ หน้าเข้าสู่ระบบจึงไม่แวบขึ้นมาทับข้อมูลที่ลบค้างอยู่
- การล้างข้อมูลจะเคลียร์เครื่องหมายว่าเคยผ่านตัวช่วยตั้งค่าที่เก็บไว้ในเครื่องด้วย บัญชีถัดไปที่เข้าสู่ระบบบนเครื่องนี้จึงได้เจอตัวช่วยตั้งค่าอีกครั้ง