Skip to content
← กลับหน้าแรก
วางแผนล่วงหน้า

บัญชี กระเป๋าเงิน และบัตรเครดิต

จำลองว่าเงินอยู่ตรงไหนจริง ๆ — ธนาคาร เงินสด e-wallet บัตรเครดิต พร้อมการโอน การปรับยอดที่คลาดเคลื่อน วงเงินบัตร ยอดตามรอบบิล และการผ่อน 0%

อยู่ตรงไหนอื่น ๆ → บัญชีอัปเดตล่าสุด · 2026-08-07
01

เงินของคุณอยู่ตรงไหนกันแน่

ตัวเลขเดียวที่บอกว่า "มีเงินเท่าไร" จะเริ่มไม่พอใช้ทันทีที่เงินกระจายอยู่สี่ที่ บัญชีใน Pocketbird คือหนึ่งในที่เหล่านั้น — บัญชีธนาคาร เงินสดในกระเป๋า e-wallet หรือบัตรเครดิต — และแต่ละอันมียอดคงเหลือของตัวเอง

ยอดคงเหลือไม่ได้ถูกเก็บเป็นตัวเลขที่พิมพ์ทับได้ ทุกยอดถูกคำนวณใหม่จากสูตรสั้น ๆ สูตรเดียวกันเสมอ นี่คือเหตุผลที่การแก้หรือลบรายการไหนก็ตามทำให้ยอดถูกต้องทันที แทนที่จะทิ้งความไม่ตรงกันไว้

  • ยอดคงเหลือ = ยอดตั้งต้น บวกทุกรายการที่ผูกกับบัญชีนี้ บวกยอดโอนเข้า ลบยอดโอนออก รายการที่ถูกลบไม่ถูกนับ
  • บัตรเครดิตคือบัญชีธรรมดาที่ยอดติดลบได้ แอปแค่เปลี่ยนคำจากติดลบเป็น "ค้าง" แล้วเพิ่มส่วนที่มีเฉพาะบัตรเข้าไป
  • รายการที่ไม่ได้ผูกบัญชีไว้จะไม่ถูกนับในตัวเลขใด ๆ บนหน้านี้เลย มันยังอยู่ในสมุดบัญชีของคุณ แค่ไม่ถูกระบุว่าอยู่ที่ไหน
  • ไม่มีข้อจำกัดว่าสร้างบัญชีได้กี่บัญชี และไม่จำกัดว่าแต่ละประเภทมีได้กี่อัน
02

เพิ่มบัญชี

  1. ไปที่ อื่น ๆ → "บัญชี" แล้วกด "+" → "เพิ่มบัญชี"
  2. ตั้งชื่อ — ช่องนี้มีตัวอย่างว่า "เช่น กสิกร, เงินสด, TrueMoney"
  3. เลือก "ประเภท"
  4. จะเลือกธนาคารหรือผู้ให้บริการ และไอคอนกับสีเองด้วยก็ได้
  5. ใส่ยอดที่บัญชีนี้มีอยู่ตอนนี้ แล้วกดบันทึก
"ประเภท"
มีสี่แบบ ค่าเริ่มต้นคือ "ธนาคาร" ที่เหลือคือ "เงินสด", "e-wallet" และ "บัตรเครดิต"
"ธนาคาร" / "ผู้ให้บริการ"
มีธนาคารไทยให้เลือก 13 แห่งและ e-wallet 6 เจ้า หรือพิมพ์ชื่อและเลือกสีเองได้ เป็นเรื่องหน้าตาล้วน ๆ ไม่แตะยอดเงิน และจะไม่แสดงเลยถ้าเป็นบัญชีเงินสด
"ยอดตั้งต้น (บาท)"
ยอดที่บัญชีนี้มีก่อนเริ่มบันทึกในแอป ถ้าเป็นบัตรเครดิต ช่องนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็น "ยอดคงค้าง (บาท)" — คุณใส่เลขบวก แล้วแอปเก็บเป็นค่าติดลบให้เอง
"ตั้งเป็นบัญชีหลัก"
รายการใหม่จะถูกผูกกับบัญชีนี้ให้อัตโนมัติ และยังเปลี่ยนบัญชีในแต่ละรายการได้อยู่ดี
ระวังการเปลี่ยนประเภทจะทิ้งข้อมูลที่ใช้ไม่ได้แล้วตอนกดบันทึก เปลี่ยนจากบัตรเครดิตไปเป็นอย่างอื่น วงเงิน ยอดขั้นต่ำ วันตัดรอบ วันครบกำหนด และการอยู่ในกลุ่มวงเงินร่วมจะหายไป เปลี่ยนเป็นเงินสด ข้อมูลผู้ให้บริการจะถูกล้าง
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ใช้อิโมจิอะไรก็ได้เป็นไอคอนบัญชี
ทำยังไงฟอร์มบัญชี → "ไอคอนและสี" → เปิด "ไอคอนกำหนดเอง" แล้วพิมพ์อิโมจิแทนที่จะค้นหาไอคอน
ตัวเลือกมีตารางไอคอนของระบบให้ค้นหา แต่ช่องนี้รับอิโมจิจากคีย์บอร์ดได้ด้วย บัญชีร่วมจึงเป็น 🏠 ได้จริง ๆ และกระเป๋าเที่ยวเป็น ✈️ ด้านบนมีตัวอย่างสดให้เห็นว่าแถวจะออกมาหน้าตาแบบไหน
เคล็ดลับพอผูกรายการเข้ากับบัญชีแล้ว ช่อง "จ่ายด้วย" จะถูกกำหนดตามประเภทบัญชีและกดเลือกไม่ได้ — บัญชีเงินสดจ่ายเงินสด บัตรจ่ายแบบเครดิต ธนาคารกับ e-wallet จ่ายแบบดิจิทัล และทุกครั้งที่เปิดแอป ระบบจะซ่อมรายการเก่าที่ขัดกันเองให้เงียบ ๆ
03

อ่านหน้าบัญชี

หน้ารายการเริ่มด้วย "รวมทุกบัญชี" พร้อมยอดสุทธิ ตามด้วยบัญชีที่เป็นสินทรัพย์ แล้วเป็น "บัตรเครดิต" ต่อด้วย "บัญชีที่ซ่อนไว้" และปิดท้ายด้วย "การโอน"

  • ยอดรวมนับเฉพาะบัญชีที่มองเห็น และหนี้บัตรถูกหักออกจากยอดนี้ด้วย แถวที่คุณเห็นจึงรวมกันได้เท่ากับยอดที่คุณเห็นเสมอ
  • ถ้ามีบัตร ยอดรวมจะมีคำอธิบายเพิ่มว่า "฿X ในบัญชี · ค้างบัตร ฿Y" และถ้าจ่ายบัตรเกินจนเป็นบวกสุทธิ ส่วนเกินจะถูกรวมเข้าไปในตัวเลขแรกแทนที่จะโชว์หนี้ติดลบ
  • บัตรที่ค้างอยู่จะขึ้นว่า "ค้าง ฿X" แทน "−฿X" ส่วนบัญชีหลักของคุณจะมีดาว "หลัก" กำกับ
  • บน iPad เนื้อหาเดียวกันจะกลายเป็นตารางการ์ดสองคอลัมน์ และท่าปัดทั้งหมดย้ายไปอยู่ในเมนูกดค้างแทน
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ปัดแถวบัญชีไปทางขวาเพื่อทางลัดสองอย่าง
ทำยังไงที่หน้ารายการบัญชี ปัดแถวที่ยังใช้งานอยู่จากขอบซ้ายเข้ามา
จะขึ้น "ตั้งเป็นบัญชีหลัก" (จะไม่ขึ้นถ้าเป็นบัญชีหลักอยู่แล้ว) และ "ปรับยอด" ถ้าปัดยาวสุดจะเป็นการกดอันแรกให้เลย ปัดอีกทางคือลบ ซึ่งจะถามยืนยันก่อนเสมอ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
กดค้างที่การ์ดบัญชีบน iPad
ทำยังไงบน iPad หรือหน้าต่างกว้าง → บัญชี → กดค้างที่การ์ดใบไหนก็ได้
ตารางการ์ดปัดไม่ได้ เมนูกดค้างจึงเป็นที่อยู่ของคำสั่งชุดเดียวกัน — ตั้งเป็นบัญชีหลัก ปรับยอด ลบ สำหรับบัญชีที่ใช้งานอยู่ และเลิกซ่อนกับลบสำหรับบัญชีที่ซ่อนไว้ ส่วนหน้ารายการบน iPhone ไม่มีเมนูกดค้างเลย สองหน้าตานี้จึงสะท้อนกันพอดี ไม่ใช่ฝั่งไหนได้น้อยกว่า
04

โอนเงินระหว่างบัญชีของตัวเอง

การย้ายเงิน 5,000 บาทจากธนาคารไปกระเป๋าไม่ใช่รายรับและไม่ใช่รายจ่าย มันคือเงินก้อนเดิมที่เปลี่ยนที่อยู่ Pocketbird จึงบันทึกเป็นการโอน ซึ่งเป็นข้อมูลคนละชนิด และไม่มีวันไปโผล่ในรายรับ รายจ่าย งบ เงินที่ใช้ได้ หรือข้อมูลเชิงลึกใด ๆ

  1. บัญชี → "+" → "โอนระหว่างบัญชี" เมนูนี้จะกดไม่ได้จนกว่าจะมีบัญชีที่ไม่ได้ซ่อนไว้สองบัญชี
  2. เลือก "จาก" และ "ไปยัง"
  3. ใส่จำนวนเงิน แก้วันที่ถ้าไม่ใช่วันนี้ และใส่โน้ตได้ถ้าต้องการ — "เช่น ย้ายไปออม"
  • ปุ่มบันทึกจะกดไม่ได้จนกว่าจะเลือกครบสองบัญชี เป็นคนละบัญชี และจำนวนเงินมากกว่าศูนย์ ถ้าเลือกซ้ำจะขึ้นว่า "เลือกบัญชีสองบัญชีที่ต่างกัน"
  • เพราะการโอนหักล้างกันพอดีระหว่างสองบัญชี มันจึงไม่มีทางทำให้ยอดรวมทุกบัญชีเปลี่ยน
  • ส่วนการโอนแสดงรายการโอนทุกทิศทาง เรียงใหม่สุดขึ้นก่อน แตะรายการไหนก็เปิดขึ้นมาแก้ได้
เคล็ดลับถ้าโอนแล้วบัญชีจะติดลบ จะขึ้นว่า "หมายเหตุ: {บัญชี} จะเหลือ {จำนวน} หลังโอนรายการนี้ คุณยังบันทึกได้" เป็นคำเตือน ไม่ใช่การห้าม แอปบอกให้รู้แล้วปล่อยให้คุณตัดสินใจ
05

เมื่อแอปกับความจริงไม่ตรงกัน

ไม่ช้าก็เร็ว แอปธนาคารจะบอกว่า 12,340 บาท ส่วน Pocketbird บอก 12,500 บาท วิธีแก้ไม่ใช่การไล่หาย้อนหลังหรือเขียนทับยอดตั้งต้น แต่คือบอกแอปว่ายอดจริงเท่าไร แล้วให้มันบันทึกรายการปรับยอดที่มองเห็นได้หนึ่งรายการเพื่อปิดส่วนต่าง

  1. เปิด "ปรับยอด" — จากการปัดแถวบัญชีไปทางขวา จากหน้ารายละเอียดบัญชี หรือจากท้ายฟอร์มแก้ไขบัญชีนั้น
  2. เทียบ "ยอดที่บันทึกไว้" กับความจริง แล้วพิมพ์ยอดจริงลงในช่อง "ยอดจริง"
  3. อ่านตัวอย่างผลลัพธ์ — มันบอกส่วนต่างและบอกว่าจะเพิ่มรายการปรับยอดเป็นรายรับหรือรายจ่าย — แล้วกด "ยืนยัน"
  • รายการปรับยอดคือรายการปกติที่ผูกกับบัญชีนั้น ลงวันที่ ณ ตอนนี้ และไม่มีหมวดหมู่ จะหา แก้ หรือลบทีหลังก็ได้เหมือนรายการอื่น ในสมุดบัญชีมันจะมีป้าย "ปรับยอด" กำกับไว้
  • ยอดตั้งต้นไม่ถูกแก้เลย ตัวเลขนั้นยังคงเป็นยอดที่บัญชีมีก่อนคุณเริ่มบันทึกอยู่เหมือนเดิม
เคล็ดลับถ้าตัวเลขตรงกันอยู่แล้ว จะไม่มีการบันทึกอะไรเลย — จะขึ้นว่า "ยอดตรงแล้ว" และปุ่มยืนยันแค่ปิดหน้าต่าง เข้ามาเช็กยอดได้ฟรี ไม่มีทางเผลอสร้างรายการปรับยอด 0 บาททิ้งไว้
06

บัตรเครดิต

บัตรต้องการสองอย่างที่บัญชีธนาคารไม่ต้องการ คือใช้วงเงินไปเท่าไรแล้ว และรายการไหนต้องจ่ายรอบนี้กับรอบหน้า กรอกรายละเอียดบัตรแล้วทั้งสองอย่างจะขึ้นในหน้ารายละเอียดของบัตรใบนั้น

"วงเงิน (บาท)"
เปิดให้เห็น "วงเงินคงเหลือ" และแถบการใช้วงเงิน ถ้าไม่ได้ตั้งวงเงินไว้ ก็จะไม่มีแถบเปล่า ๆ ขึ้นมาเลย
"ยอดชำระขั้นต่ำ (บาท)"
ตัวเลขของธนาคาร พิมพ์เอง แอปไม่ได้คำนวณจากเปอร์เซ็นต์ให้ ยอดนี้จะกลายเป็นตัวเลือกด่วนตอนจ่ายบัตร
"วันตัดรอบบัตร"
เลือกวันที่ 1–31 หรือไม่ระบุ ตัวมันเองไม่ตั้งการแจ้งเตือนอะไร แต่เป็นตัวแบ่งยอดออกเป็นบิลรอบที่ปิดแล้วกับรอบปัจจุบัน
"วันครบกำหนดชำระ"
เลือกวันที่ 1–31 หรือไม่ระบุ อันนี้คือตัวที่ตั้งการแจ้งเตือน — ล่วงหน้า 3 วัน เวลา 09:00 น. และจะเตือนก็ต่อเมื่อเปิดการเตือนบิลครบกำหนดไว้ ซึ่งค่าเริ่มต้นคือปิด
  • วันที่ 31 หมายถึงวันสุดท้ายของเดือน มันจึงทำงานถูกต้องในเดือนกุมภาพันธ์ และถ้าวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดที่คุณตั้งไว้ จะถูกเลื่อนมาเป็นวันทำการก่อนหน้า
  • บัตรที่ไม่มียอดค้างจะถูกข้าม — บัตรที่จ่ายหมดแล้วจะหยุดเตือนเอง โดยที่คุณไม่ต้องไปปิดอะไร
  • เปอร์เซ็นต์การใช้วงเงินไม่ถูกจำกัดเพดาน บัตรที่ใช้เกินจึงขึ้น "110%" ตามจริง แต่สีจะเป็นเหลืองอำพัน ไม่ใช่แดงเตือนภัย เพราะการใช้วงเงินสูงถือเป็นข้อมูล ไม่ใช่คำตัดสิน
  • ทุกอย่างในส่วนของบัตรเป็นการแสดงผลอย่างเดียว วงเงินและการแบ่งยอดตามรอบบิลไม่เคยทำให้ยอดคงเหลือ ยอดรวมทุกบัญชี หรือความมั่งคั่งสุทธิเปลี่ยน
เคล็ดลับถ้าตั้งวันตัดรอบไว้ บัตรจะแยกยอดค้างออกเป็น "ยอดบิลรอบล่าสุด" (ที่ต้องจ่ายก่อนวันครบกำหนด) กับ "ยอดรอบปัจจุบัน" (ที่จะไปเรียกเก็บรอบหน้า) รายการที่ลงวันตรงกับวันตัดรอบพอดีจะนับเข้ารอบใหม่ และเงินที่จ่ายจะถูกตัดกับบิลรอบที่ปิดแล้วก่อน
07

จ่ายบัตร

การจ่ายบัตรคือการโอน ไม่ใช่รายจ่าย เพราะรายจ่ายเกิดไปแล้วตอนรูดบัตร เปิดบัตรขึ้นมาแล้วกด "จ่ายบัตร" หน้าต่างโอนจะเปิดโดยเลือกบัตรใบนั้นไว้ให้แล้วพร้อมใส่ยอดค้างทั้งหมด เหลือแค่เลือกว่าเงินมาจากบัญชีไหน

ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
เลือกบัตรเป็นปลายทาง หน้าต่างจะเปลี่ยนชื่อเป็น "จ่ายบัตร"
ทำยังไงเริ่มการโอนธรรมดา แล้วตั้ง "ไปยัง" เป็นบัตรเครดิต
"โอนเงินใหม่" จะกลายเป็น "จ่ายบัตร" และข้อความช่วยเหลือจะเปลี่ยนเป็นภาษาของบัตร — ใต้ช่องเลือกจะบอกยอดค้างของบัตร และใต้ช่องจำนวนเงินจะบอกว่าจ่ายเท่าไรให้บัตรใบไหน คุณไม่ต้องไปหาหน้า "จ่ายบัตร" แยกต่างหาก เพราะมันคือหน้าเดียวกันที่แต่งตัวมาให้งานนี้
เคล็ดลับจ่ายเกินได้ จะมีข้อความบอกว่าส่วนเกินจะกลายเป็นยอดเครดิตคงเหลือ และปุ่มบันทึกยังกดได้ คำเตือนซ้อนกันได้ด้วย — จ่ายบัตรจากบัญชีที่จะติดลบก็จะขึ้นสองอัน — และไม่มีอันไหนห้ามคุณ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
"จ่ายขั้นต่ำ" รวมค่างวดผ่อนไว้ให้เงียบ ๆ
ทำยังไงหน้ารายละเอียดบัตร → "จ่ายขั้นต่ำ (฿X)"
ตัวเลขนี้คือค่างวดผ่อนของเดือนนี้บวกกับยอดขั้นต่ำที่คุณพิมพ์ไว้ โดยไม่เกินยอดที่ค้างจริง ไม่ใช่ยอดขั้นต่ำเปล่า ๆ ซึ่งจะทำให้ค่างวดผ่อนค้างไว้เงียบ ๆ และเมื่อมีการผ่อนอยู่ บรรทัดยอดครบกำหนดของบัตรจะเปลี่ยนจาก "ยอดชำระขั้นต่ำ" เป็น "ครบกำหนดเดือนนี้"
08

ผ่อน 0%

มือถือ 10,000 บาทที่ผ่อน 10 เดือน ไม่ใช่เดือนที่จ่าย 10,000 บาท ติ๊กว่าเป็นการผ่อนตอนบันทึกรายการ แล้วแอปจะเกลี่ยให้ — เงินที่ใช้ได้จะถูกหักประมาณหนึ่งงวดต่อรอบ ส่วนที่เหลือถูกยกไปรอบที่จะจ่ายจริง

ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
เห็นค่างวดต่อเดือนสด ๆ ตอนตั้งค่าผ่อน
ทำยังไงในรายจ่ายบัตรเครดิตรายการใหม่ เปิด "ผ่อนชำระ" แล้วพิมพ์จำนวนเงิน
จะมีแถว "ทุกเดือน" บอกว่างวดหนึ่งเท่าไรพอดี และคำนวณใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนจำนวนเงินหรือจำนวนงวด แถวนี้จะไม่ขึ้นจนกว่าจำนวนเงินจะมากกว่าศูนย์ จึงเทียบผ่อน 6 เดือนกับ 10 เดือนดูก่อนตัดสินใจได้
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
จำนวนงวดแบบกำหนดเองไปได้ถึง 36 เดือน
ทำยังไงส่วนการผ่อน → จำนวนงวด → "กำหนดเอง"
จะมีปุ่มเพิ่มลดขึ้นมา เริ่มที่ 12 เดือน และอยู่ในช่วง 2–36 งวด แผนผ่อนแปลก ๆ จากธนาคารจึงใส่ได้ตรงตัว ไม่ต้องปัดไปหาตัวเลือกสำเร็จรูปที่ใกล้ที่สุด
เคล็ดลับความคืบหน้าการผ่อนไม่ต้องมาคอยอัปเดต ทั้ง "3/10" ยอดที่เหลือ และการที่แผนยังแสดงอยู่หรือไม่ ล้วนคำนวณจากวันที่ซื้อกับวันนี้ ไม่มีขั้นตอน "ทำเครื่องหมายว่าจ่ายเดือนนี้แล้ว" และแผนที่ผ่อนครบจะหายไปเอง
09

สองบัตร วงเงินเดียว

ธนาคารไทยมักออกบัตรหลายใบที่ใช้วงเงินร่วมกันก้อนเดียว เช่นบัตรหลักกับบัตรร่วมแบรนด์ การจับบัตรพวกนี้เข้ากลุ่มวงเงินร่วมทำให้แอปอ่านวงเงินแบบเดียวกับที่ธนาคารอ่าน แทนที่จะนับเงิน 100,000 บาทก้อนเดิมซ้ำสองรอบ

ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
หน้าจัดการวงเงินร่วมซ่อนอยู่ในหัวข้อของหมวด
ทำยังไงบัญชี → ลิงก์เล็ก ๆ ว่า "วงเงินร่วม" ทางขวาของหัวข้อ "บัตรเครดิต"
มันเป็นหัวข้อของหมวด ไม่ใช่แถวรายการ เลยดูเหมือนข้อความมากกว่าปุ่ม และหมวดบัตรเครดิตทั้งหมด รวมถึงลิงก์นี้ จะมีก็ต่อเมื่อคุณมีบัตรเครดิตที่ไม่ได้ซ่อนไว้อย่างน้อยหนึ่งใบ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
สร้างกลุ่มได้โดยไม่ต้องออกจากฟอร์มบัตร
ทำยังไงฟอร์มบัญชีของบัตรเครดิต → "วงเงินเครดิตร่วม" → "กลุ่มใหม่…"
ฟอร์มสร้างกลุ่มจะเปิดซ้อนบนฟอร์มบัญชี และพอกลับมา กลุ่มใหม่ก็เลือกได้ทันที การตั้งวงเงินร่วมตอนเพิ่มบัตรใบที่สองจึงจบในรอบเดียว ไม่ต้องทำสองรอบ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ออกจากกลุ่มแล้ววงเงินเดิมกลับมา
ทำยังไงฟอร์มบัญชี → "วงเงินเครดิตร่วม" → เลือกไม่ระบุ → บันทึก
ช่องวงเงินของบัตรใบนั้นจะกลับมาพร้อมค่าเดิมก่อนเข้ากลุ่ม เพราะมันแค่ถูกซ่อน ไม่เคยถูกล้าง การลองใช้วงเงินร่วมจึงย้อนกลับได้ ซึ่งคือประเด็นสำคัญ
  • จ่ายเกินบัตรใบหนึ่งในกลุ่ม ยอดค้างรวมของกลุ่มจะลดลง และวงเงินของบัตรใบอื่นในกลุ่มจะว่างขึ้น เพราะธนาคารถือยอดเดียวสำหรับทั้งวงเงิน
  • บัตรที่ซ่อนไว้แต่ยังมียอดค้าง ยังกินวงเงินของกลุ่มอยู่ ถึงแม้จะหายไปจากรายการและยอดรวมของคุณแล้ว ซึ่งตรงกับที่ธนาคารคิด แต่ก็ทำให้หลายคนงงได้
10

เลิกใช้บัญชี

บัญชีที่ปิดไปแล้วไม่ใช่ความผิดพลาดที่ต้องลบทิ้ง ประวัติของมันคือเรื่องจริง และเดือนเก่า ๆ ของคุณก็ควรบวกกันได้เหมือนเดิม การซ่อนบัญชีจะเอามันออกจากรายการ ออกจากยอดรวมทุกบัญชี และออกจากทุกช่องให้เลือก โดยที่รายการทั้งหมดที่เคยอยู่ในบัญชีนั้นยังอยู่ครบ

ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ปัดแถวบัญชีที่ซ่อนไว้เพื่อเรียกกลับทันที
ทำยังไงบัญชี → หมวด "บัญชีที่ซ่อนไว้" → ปัดแถวจากขอบซ้ายเข้ามา
"เลิกซ่อนบัญชี" จะพามันกลับเข้ารายการที่ใช้งานอยู่ กลับเข้ายอดรวม และกลับเข้าทุกช่องให้เลือก พร้อมการสั่นตอบรับ ถ้าปัดยาวสุดก็ทำให้เลยโดยไม่ต้องเห็นเมนู การยกเลิกการซ่อนจึงเป็นท่าเดียว ไม่ต้องเข้าฟอร์มแก้ไข
  • บัญชีที่ซ่อนไว้ยังแสดงยอดคงเหลืออยู่ บัตรที่เลิกใช้แต่ยังไม่ได้เคลียร์จึงไม่หายกลายเป็นแถวว่าง
  • ช่องเลือกบัญชียังเสนอบัญชีที่ซ่อนไว้ให้ ถ้ารายการที่คุณกำลังแก้ใช้บัญชีนั้นอยู่แล้ว รายการเก่าจึงยังแก้ได้
  • การลบเป็นคนละคำสั่ง และมีการยืนยันเสมอ — ปัดจากขวาไปซ้ายที่แถวบัญชี แถวการโอน หรือแถวกลุ่มวงเงินร่วม
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ย้อนดูยอดเข้า-ออกของบัญชีย้อนหลัง
ทำยังไงหน้ารายละเอียดบัญชี → ลูกศร ‹ › สองข้างของช่วงวันที่ในหัวข้อ "รอบนี้"
แตะครั้งหนึ่งคือเลื่อนบล็อกรายรับ-รายจ่ายไปทีละรอบงบ หัวข้อจะเปลี่ยนเป็น "รอบ" ช่วงวันที่จะเปลี่ยนสี และจะมีปุ่ม "กลับไปรอบปัจจุบัน" โผล่มา ส่วนยอดคงเหลือด้านบนยังเป็นค่าปัจจุบันอยู่ คุณจึงอ่านย้อนหลังได้โดยไม่หลุดจากปัจจุบัน