หนี้สินมีไว้ทำอะไร
หน้าหนี้สินคือที่เดียวสำหรับทุกยอดที่คุณกำลังผ่อนอยู่ — บัตรเครดิต สินเชื่อรถ ผ่อนมอเตอร์ไซค์ หรือเงินที่ยืมเพื่อนมา — และรวมถึงเงินที่คนอื่นค้างคุณด้วย มันตอบสองคำถามที่โน้ตในมือถือตอบไม่ได้สักที คือตกลงเหลือเท่าไร และจะจบเมื่อไร
ยอดคงค้างไม่ใช่ตัวเลขที่พิมพ์ไว้ครั้งเดียวแล้วก็เลิกเชื่อถือ Pocketbird คำนวณให้จากรายการจ่ายที่คุณบันทึก และตั้งฐานใหม่ทุกครั้งที่คุณยืนยันยอดล่าสุดจากแอปธนาคาร แล้วต่อยอดจากบัญชีชุดนั้นเป็นแผน — เดือนที่จะปลอดหนี้ ก้อนที่ควรจ่ายก่อน และตารางว่าแต่ละเดือนต้องจ่ายเท่าไรจนกว่าจะหมด
- ทุกอย่างในหน้านี้เป็นเรื่องส่วนตัว หนี้ซิงก์ข้ามเครื่องของคุณเองเท่านั้น แม้แต่หนี้ที่สร้างจากรายชื่อคนในร้าน คนในร้านก็มองไม่เห็น
- เงินที่คุณค้างคือหนี้สิน หักออกจากความมั่งคั่งสุทธิ ส่วนเงินที่คนอื่นค้างคุณ — "เขาเป็นหนี้คุณ" — เป็นสินทรัพย์ บวกเพิ่มเข้าไป
- ทุกยอดที่บันทึกคือรายจ่ายปกติในหมวด "หนี้" จึงโผล่ทั้งในรายการและหน้าสรุป แต่จะไม่ไปลดเงินที่ใช้ได้วันนี้ เพราะยอดผ่อนเป็นจำนวนที่คุณเลือกเองตามจังหวะของคุณ แอปจึงตั้งใจไม่นับรวมไว้ในค่าใช้จ่ายคงที่ที่กำลังจะมาถึง
บันทึกหนี้ หรือบันทึกลูกหนี้
การเพิ่มหนี้บังคับแค่สองอย่าง คือชื่อกับยอดตั้งต้น ที่เหลือ — ดอกเบี้ย ค่างวด วันครบกำหนด — ค่อยเติมทีหลังได้ และทุกช่องที่เติมจะไปปลดล็อกส่วนหนึ่งของแผนให้
- ที่หน้าหนี้สิน กด "+" หน้าต่างจะเปิดขึ้นมาชื่อ "เพิ่มหนี้"
- ตั้งชื่อในช่อง "ชื่อหนี้" — ข้อความตัวอย่างในช่องคือ "เช่น กยศ., บัตรเครดิต"
- เลือก "ประเภท" และเลือก "ธนาคาร" ถ้าอยากให้เห็นว่าเป็นเจ้าหนี้เจ้าไหน
- ตั้ง "ทิศทาง" — "คุณเป็นหนี้เขา" (ค่าเริ่มต้น) หรือ "เขาเป็นหนี้คุณ"
- เลือก "ประเภทยอดหนี้" แล้วกรอกส่วน "ยอดหนี้"
- ถ้าต้องการ ใส่ "อัตราดอกเบี้ยต่อปี" วันที่เริ่ม และ "วันครบกำหนดชำระ" เพิ่มได้
- กด "บันทึก"
ส่วน "ยอดหนี้" จะเปลี่ยนชื่อช่องตามสิ่งที่คุณกำลังบันทึก ถ้าเป็นยอดรวมคงที่จะถามว่า "ยอดตั้งต้น (บาท)" กับ "ยอดคงค้าง (บาท)" ถ้าเป็นลดต้นลดดอกจะถามว่า "ยอดกู้ตั้งต้น (เงินต้น)" กับ "ยอดสินเชื่อคงเหลือจากแอปธนาคาร" ส่วนลูกหนี้จะถามว่าตอนแรกเขาค้างเท่าไร และตอนนี้ยังค้างอยู่เท่าไร
- ยอดตั้งต้นบังคับกรอก ปุ่มบันทึกจะกดไม่ได้ถ้ายังเป็น 0
- ถ้าเว้นยอดคงเหลือไว้ ระบบจะถือว่าเท่ากับยอดตั้งต้น
- ค่างวดต่อเดือนไม่บังคับ เว้นว่างหรือใส่ 0 ก็ไม่ถูกเก็บ แต่หนี้ที่ไม่มีค่างวดจะไม่ถูกนำไปคำนวณวันปลอดหนี้ และไม่ขึ้นในตารางการจ่าย
- ใส่ค่าติดลบไม่ได้ อะไรที่ต่ำกว่าศูนย์จะถูกปรับเป็น 0 ตั้งแต่ตอนพิมพ์
ยอดรวมคงที่ หรือ ลดต้นลดดอก
มีตัวเลือกเดียวในฟอร์มที่กำหนดว่ายอดหลักจะขยับยังไงตลอดอายุของหนี้ก้อนนั้น และไม่มีขั้นตอนแปลงข้อมูลย้อนหลังมาแก้ให้ ผ่อนมือถือ 30,000 กับสินเชื่อบ้าน 2,400,000 ไม่ใช่ตัวเลขชนิดเดียวกัน และแอปไม่ยอมทำเป็นว่ามันเหมือนกัน
สินเชื่อแบบลดต้นลดดอกอาศัยการยืนยันยอด ไม่ใช่การคำนวณสะสม ทุกครั้งที่คุณแก้ช่องยอดคงเหลือแล้วบันทึก แอปจะเก็บการยืนยันพร้อมวันที่ไว้ และยอดหลักจะขยับไปตามตัวเลขนั้น
- หลังยืนยันยอดแล้ว หนี้แบบยอดรวมคงที่จะแสดงยอดที่ยืนยัน ลบด้วยรายการจ่ายที่ลงวันหลังจากนั้น ส่วนแบบลดต้นลดดอกจะแสดงยอดที่ยืนยันล่าสุดตรง ๆ
- ถ้ายืนยันยอดสองครั้งในวันเดียวกัน ระบบจะแทนที่ของวันนั้น ไม่ทับซ้อนกัน นั่งแก้ทีเดียวหลายรอบก็เหลือตัวเลขเดียวที่สะอาด
- เมื่อยืนยันยอดไปแล้ว มันจะเป็นอิสระ ต่อให้ไปแก้หรือลบรายการจ่ายที่ใส่มาพร้อมกัน ยอดที่ยืนยันก็ไม่ถูกย้อนกลับ
- ยอดที่ยืนยันแล้วซิงก์ไปเครื่องอื่นของคุณพร้อมกับตัวหนี้
หน้ารายการ และสิ่งที่แต่ละแถวบอก
หน้าหนี้สินเรียงตามลำดับที่ควรจ่าย ไม่ได้เรียงตามตัวอักษร หนี้ที่คุณค้างจะเรียงตามกลยุทธ์ที่เลือกไว้ ด้านบนเป็นยอดรวมกับวันปลอดหนี้ ส่วนเงินที่คนอื่นค้างคุณจะแยกไปอยู่อีกส่วนด้านล่าง
- "หนี้คงค้างรวม" รวมเฉพาะหนี้ที่คุณค้าง ส่วนลูกหนี้จะรวมแยกไว้ใต้ "เงินที่คนอื่นค้างคุณ" และไม่เคยถูกนำมาหักลบกัน ตัวเลขหนี้จึงไม่ถูกทำให้ดูดีเกินจริง
- "ปลอดหนี้ภายใน {…}" คือการคาดการณ์ว่าหนี้ก้อนสุดท้ายจะปิดเมื่อไร ถ้ามีเครื่องหมาย "~" นำหน้า แปลว่าการคาดการณ์ยังไม่ครบ เพราะมีหนี้อย่างน้อยหนึ่งก้อนที่ไม่มีค่างวดให้คำนวณ
- ส่วนสรุปด้านบนจะไม่แสดงเลยถ้าคุณไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายสักก้อน ถ้ามีแต่ลูกหนี้ก็จะเห็นแค่รายการ
- แต่ละแถวขึ้นต้นด้วยรูปธนาคารหรือไอคอนประเภท ตามด้วยชื่อ และยอดคงเหลือเป็นตัวเลขหลัก
- ป้ายสถานะจะขึ้นเมื่อมีอะไรจะบอก เช่น "ปิดหนี้แล้ว!" (หรือ "เคลียร์แล้ว!" สำหรับลูกหนี้) "แนะนำให้จ่ายก่อน" หรือป้ายวันครบกำหนด
- ใต้ป้ายเป็นแถบความคืบหน้า พร้อมข้อความ "ผ่อนแล้ว {N}%" สำหรับหนี้ และ "เก็บแล้ว {N}%" สำหรับลูกหนี้
- มุมขวาจะขึ้น "{฿X} / เดือน" ถ้าหนี้มีค่างวดรายเดือน หรือ "ดอกเบี้ย {X}%" ถ้าไม่มีค่างวดแต่มีอัตราดอกเบี้ย
บันทึกการจ่าย
การกดครั้งเดียวทำสองอย่างพร้อมกัน คือขยับยอดหนี้ และลงรายจ่ายในสมุดบัญชี คุณจึงไม่ต้องบันทึกการจ่ายหนี้ซ้ำสองที่
- เปิดหน้าต่างบันทึกการจ่าย — ปัดแถวไปทางขวาที่หน้ารายการ หรือกด "บันทึกการชำระงวดนี้ · {฿X}" (หรือ "บันทึกการจ่าย") ในหน้ารายละเอียดหนี้
- จำนวนเงินถูกกรอกไว้ให้แล้วและแป้นตัวเลขเด้งขึ้นมารอ ถ้าเดือนนี้จ่ายไม่เท่าเดิมก็แก้ได้เลย
- ถ้าไม่ได้จ่ายวันนี้ ให้แก้ "วันที่" และใส่ "โน้ต (ไม่บังคับ)" ถ้าอยากให้จำได้
- ถ้าบัญชีที่ระบบเลือกไว้ไม่ใช่บัญชีที่คุณใช้จ่ายจริง ให้เปลี่ยนที่ "จ่ายจาก"
- กด "ชำระ"
- ถ้ายอดที่จ่ายครอบคลุมยอดคงเหลือทั้งหมด แอปจะถามก่อนว่า "ปิดยอดหนี้นี้หรือไม่?" แล้วกด "ชำระปิดยอด" เพื่อยืนยัน
- จำนวนที่ต่ำกว่า 0.005 บาท ถือว่าไม่มียอด และจะบันทึกไม่ได้ พร้อมข้อความ "ตอนนี้ไม่มียอดที่ต้องจ่าย"
- ถ้าเปิดหน้าต่างนี้กับหนี้ที่ปิดไปแล้ว จะเห็นแค่ "หนี้ก้อนนี้จ่ายหมดแล้ว" และปุ่มจะกดไม่ได้
- พอปิดหนี้ที่คุณค้างได้ แอปจะฉลองให้ มีเครื่องหมายถูก คอนเฟตตี และการสั่นตอบรับ พร้อมข้อความ "ปลดหนี้สำเร็จ!" ขึ้นที่หน้ารายการและหน้าข้อมูลเชิงลึก แล้วหายไปเองในราว 1.6 วินาที ถ้าเปิดลดการเคลื่อนไหว ป้ายกับการสั่นยังมาเหมือนเดิม แค่ไม่มีอนิเมชัน ส่วนลูกหนี้ไม่มีการฉลองนี้
- การปิดหนี้ยังยกเลิกการเตือนบิลที่ตั้งค้างไว้ของก้อนนั้นทันที หนี้ที่ปิดแล้วจึงไม่มีการแจ้งเตือนตามมา
หน้ารายละเอียดหนี้จะแสดงทุกรายการจ่ายของก้อนนั้นไว้ใต้ "ประวัติการชำระ" เรียงจากใหม่ไปเก่า และมีบรรทัดสรุปท้ายว่า "จ่ายแล้ว {฿X} · {N} รายการ"
- แต่ละแถวมีป้าย "งวดที่ {N}" ตัวเลขนี้คำนวณจากลำดับ โดยรายการเก่าสุดคืองวดที่ 1 ถ้าลบรายการเก่าออก งวดของรายการที่เหลือจะเลื่อนใหม่ทั้งหมด
- รายการล่าสุดจะได้ป้าย "ปิดหนี้" เมื่อยอดคงเหลือถึงศูนย์ และป้ายจะหายไปเองถ้ามีการแก้ทีหลังจนยอดกลับมาค้างอีก
- ถ้าแถบความคืบหน้าบอกว่าจ่ายไปมากกว่าที่รายการในลิสต์รวมกันได้ จะมีอีกบรรทัดบอกว่า "{฿X} ถูกนับรวมในยอดเริ่มต้นหรือยอดที่ยืนยันแล้ว" ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหนี้ที่คุณใส่เข้ามาตอนผ่อนไปแล้วบางส่วน
- ลบรายการจ่ายแล้วยอดจะกลับคืนเอง เพราะยอดคำนวณจากรายการที่ยังอยู่ แต่การลบไม่ย้อนยอดที่ยืนยันไว้ และไม่ทำให้ยอดของหนี้แบบลดต้นลดดอกขยับ
วันครบกำหนด ป้ายสถานะ และการเตือน
ถ้าใส่ "วันครบกำหนดชำระ" ให้หนี้ที่คุณค้าง แอปจะเริ่มบอกสถานะของเดือนนี้ให้ ผ่านป้ายเล็ก ๆ บนแถวและบนหัวหน้ารายละเอียด ถ้าไม่ใส่วันครบกำหนด ก็ไม่มีป้ายให้แสดง
- วันครบกำหนดที่ตรงกับเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดที่คุณบันทึกไว้เอง จะถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นวันทำการก่อนหน้า ใช้กับทุกคน ไม่ต้องเปิดตั้งค่าอะไร
- ถ้าเลือกวันที่ 31 เดือนที่สั้นกว่าจะยึดวันสุดท้ายของเดือน กุมภาพันธ์จึงกลายเป็นวันที่ 28 หรือ 29
- หนี้ที่ปิดแล้วจะไม่มีป้ายสถานะเลย เพราะมี "ปิดหนี้แล้ว!" ครอบไว้แล้ว
- หนี้ที่ไม่ได้ตั้งวันครบกำหนด จะขึ้นได้แค่ "จ่ายแล้วเดือนนี้" หรือไม่ขึ้นอะไรเลย และไม่มีทางขึ้นว่า "เลยกำหนด"
- ป้ายเลยกำหนดจะถูกกดไว้ถ้ามีหลักฐานว่าคุณยังตามทัน คือวันครบกำหนดที่อยู่ก่อนหรือตรงกับรายการจ่ายล่าสุด ยอดที่ยืนยันล่าสุด หรือวันที่สร้างหนี้ จะถือว่าจัดการไปแล้ว สินเชื่อที่คุณอัปเดตยอดจากธนาคารอยู่เรื่อย ๆ จึงไม่ถูกทวง
- ตั้ง "วันครบกำหนดชำระ" ให้หนี้ก้อนนั้นก่อน
- ไปที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → โปรไฟล์ & รอบงบ แล้วเปิด "เตือนบิลครบกำหนด"
- ตรวจให้แน่ใจว่าอนุญาตการแจ้งเตือนให้ Pocketbird ไว้แล้ว เพราะหน้านี้ไม่ได้ขอสิทธิ์ให้
- สวิตช์นี้ไม่ได้ใช้กับหนี้อย่างเดียว ตัวเดียวกันนี้ยังคุมการเตือนวันครบกำหนดของบัตรเครดิตและรายจ่ายประจำด้วย ปิดทีเดียวจึงเงียบทั้งสามอย่าง
- ลูกหนี้ไม่มีการตั้งเตือน และหนี้ที่ยอดคงเหลือเป็นศูนย์แล้วก็ไม่มีเช่นกัน
- การเตือนจะถูกตั้งใหม่ทุกครั้งที่คุณบันทึกหนี้ ปิดหนี้ หรือกลับเข้ามาที่แอป
ควรจ่ายก้อนไหนก่อน
คนสองคนที่มีหนี้เหมือนกันเป๊ะ แต่จ่ายคนละลำดับ จะได้ผลไม่เหมือนกัน คนหนึ่งได้ความรู้สึกว่าปิดได้ก้อนหนึ่งเร็วขึ้น อีกคนจ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยลง Pocketbird ตั้งค่าเริ่มต้นไว้ให้เป็นแบบแรก และให้คุณสลับไปแบบที่สองได้ แล้วทุกอย่างที่เหลือจะเดินตามตัวเลือกนั้น
ตัวเลือกอยู่ในส่วนสรุปด้านบนของหน้าหนี้สิน ใต้หัวข้อ "กลยุทธ์ปลดหนี้" (บน iPad เป็นเมนู) พอเปลี่ยนปุ๊บ รายการจะเรียงใหม่ทันที ป้าย "แนะนำให้จ่ายก่อน" จะย้ายก้อน และลำดับการปิดหนี้กับการคาดการณ์ในหน้าข้อมูลเชิงลึกจะถูกคำนวณใหม่ตาม
- หนี้ที่ปิดแล้วจะจมไปอยู่ล่างสุดเสมอ ไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์ไหน
- ลูกหนี้ไม่ถูกจัดลำดับตามกลยุทธ์ และไม่ถูกนำไปคำนวณวันปลอดหนี้ เพราะเงินที่คนอื่นค้างคุณไม่ใช่ก้อนที่ต้องไล่ปิด
- ถ้าหนี้ของคุณไม่มีดอกเบี้ยเลยสักก้อน แอปจะไม่เคลมว่าประหยัดได้เท่าไรทั้งสิ้น การเปรียบเทียบหิมะถล่มกับก้อนหิมะจะไม่ขึ้นเลย เพราะไม่มีอะไรให้เทียบ ถ้าขึ้นก็เท่ากับมั่วตัวเลข
ข้อมูลเชิงลึกและตารางการจ่าย
หน้าข้อมูลเชิงลึกคือส่วนที่ให้กำลังใจ บอกว่าจะปลอดหนี้เมื่อไร ถ้าจ่ายเพิ่มเดือนละ 500 บาทจะได้อะไรกลับมา และถ้าหนี้มีดอกเบี้ย ดอกเบี้ยกินไปเท่าไร เปิดได้จากไอคอนกราฟบนแถบด้านบนของหน้าหนี้สิน
ไอคอนนี้จะขึ้นก็ต่อเมื่อคุณมีหนี้ที่ต้องจ่าย ถ้ามีแต่ลูกหนี้จะไม่เห็น และทั้งหน้าจอนี้ไม่นับลูกหนี้เลย ทุกตัวเลขในนั้นจึงเป็นเรื่องเงินที่คุณค้างอย่างเดียว
- "วันปลอดหนี้" อยู่บนสุด เป็นตัวเลขใหญ่ว่าเหลืออีกกี่เดือน พร้อมเดือนที่จะปิดครบ ถ้ามีหนี้บางก้อนที่คำนวณไม่ได้ จะมีป้าย "ถึงตอนนี้" กำกับอยู่ข้าง ๆ
- "ถ้าจ่ายเพิ่มจะเป็นยังไง?" — ปุ่มปรับตั้งแต่ 0 ถึง 20,000 บาท ทีละ 500 บาท พอเพิ่มขึ้น การ์ดจะตอบว่า "ปลอดหนี้เร็วขึ้น {N} เดือน" พร้อมวันปลอดหนี้ใหม่ และถ้ามีหนี้ที่มีดอกเบี้ยจึงจะขึ้น "ประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ {฿X}" ค่านี้ไม่ถูกจำไว้ ทุกครั้งที่เปิดหน้านี้ใหม่จะกลับไปเป็น 0 บาท
- "ความคืบหน้าของคุณ" แสดงวงแหวนหนึ่งวงต่อหนี้ที่ยังไม่ปิด เรียงจากก้อนที่ใกล้จบที่สุด และแตะเข้าไปที่หนี้ก้อนนั้นได้เลย
- "ยอดคงเหลือตามเวลา" คือกราฟยอดหนี้รวมย้อนหลัง 12 เดือน จะขึ้นเมื่อมีข้อมูลอย่างน้อยสองเดือนให้ลากเส้น
- "หนี้ที่ปิดแล้ว" นับว่าปิดไปกี่ก้อนจากทั้งหมดกี่ก้อน ส่วน "ต้นทุนหนี้ของคุณ" แสดงดอกเบี้ยที่ฝังอยู่ในยอดผ่อนที่เหลือ ซึ่งจะขึ้นเฉพาะเมื่อมีหนี้ที่มีดอกเบี้ย
- มีเฉพาะหนี้ที่ยังมียอดค้างและมีค่างวดรายเดือนเท่านั้นที่คำนวณได้ ก้อนอื่นจะขึ้นว่า "ใส่ค่างวดเพื่อดูประมาณการ" และวันปลอดหนี้ด้านบนจะถูกกำกับว่ายังไม่ครบ ดีกว่าปล่อยให้ผิดเงียบ ๆ
- ในการคำนวณ ทุกเดือนหนี้แต่ละก้อนจะจ่ายค่างวดของตัวเอง พอก้อนไหนปิดได้ ค่างวดของก้อนนั้น รวมกับส่วนที่จ่ายเกินและยอดที่คุณจ่ายเพิ่ม จะไหลไปสมทบก้อนถัดไปตามลำดับของกลยุทธ์ การไหลต่อนี้คือเหตุผลที่ก้อนสุดท้ายปิดเร็วกว่าที่คิดเองมาก
- หนี้แบบลดต้นลดดอกที่มีดอกเบี้ยจะถูกคิดดอกเดือนต่อเดือนในการคาดการณ์ ระยะเวลาปิดจึงยาวตามความจริง ส่วนหนี้แบบยอดรวมคงที่ไม่มีการคิดดอกเพิ่ม
- การคาดการณ์หยุดที่ 600 เดือน หรือ 50 ปี อะไรที่ปิดไม่ทันในช่วงนั้นจะถูกรายงานว่ายังไม่จบภายในช่วงที่แสดง ไม่ใช่ยัดวันที่มั่ว ๆ ให้
- ตารางนี้มีสองแท็บ "ภาพรวม" คือยอดรวมของเดือนนี้ กราฟขั้นบันได และรายการช่วงเวลาที่ภาระจะเบาลง ส่วน "รายเดือน" คือการ์ดหนึ่งใบต่อหนึ่งช่วงที่ยอดจ่ายเท่าเดิม
- รายการช่วงที่ภาระเบาลงแสดงมากสุด 10 ขั้น แล้วมี "อีก {N} รายการ" อยู่ข้างล่าง ส่วนขั้นสุดท้ายจะเขียนว่า "คุณปลอดหนี้แล้ว 🎉"
- บันไดชุดเดียวกันนี้ไปโผล่ในหน้าภาพรวมการเงินของแท็บสรุปด้วย ในรูปของแถวเงินไหลออก "ยอดผ่อน" และไทม์ไลน์ว่าภาระจะเบาลงเมื่อไร เป็นการคำนวณชุดเดียวกัน แต่วางอยู่ในบริบทกระแสเงินสดทั้งหมดของคุณ
หนี้ไปโผล่ที่ไหนอีกบ้าง
- หน้าสรุป: ตัวเลือก "รวมหนี้ในยอดสุทธิ" ในตั้งค่า ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าปิด ยอดหลักจะเป็น "ยอดเงินสุทธิ" โดยมีการ์ด "หนี้สินคงเหลือ" และ "เงินที่คนอื่นค้างคุณ" แยกต่างหาก ถ้าเปิด ยอดหลักจะกลายเป็น "ความมั่งคั่งสุทธิ" คือยอดเงินลบหนี้บวกลูกหนี้ พร้อมคำอธิบายว่า "หลังหักหนี้ {฿X}"
- ส่วนข้อมูลเชิงลึกในหน้าสรุปมีการ์ดเรื่องหนี้สี่ใบแบบดูอย่างเดียว คือวันปลอดหนี้ ยอดผ่อนต่อเดือนเทียบกับรายได้ ความคืบหน้าโดยรวม และยอดที่ครบกำหนดเดือนนี้ ต่างจากหน้าข้อมูลเชิงลึกเรื่องหนี้ตรงที่การ์ดชุดนี้นับลูกหนี้รวมเข้าไปในยอดด้วย
- มีวิดเจ็ตหน้าโฮมสองตัว ทั้งขนาดเล็กและกลาง คือ "Pocketbird นับถอยหลังปลอดหนี้" และ "Pocketbird ยอดชำระถัดไป" วงแหวนของยอดชำระถัดไปจะค่อย ๆ เต็มในช่วง 30 วัน เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพันเมื่อเหลือ 3 วัน และเป็นสีแดงเมื่อเลยกำหนด แตะแล้วเปิดเข้าแท็บหนี้สินทั้งคู่
- กราฟวงกลมในหน้าสรุปจะมีสไลซ์ "หนี้" สำหรับรายการจ่ายหนี้ของคุณ พอกางออกจะแยกตามประเภทหนี้ เช่น สินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต แทนที่จะแยกตามหมวดย่อย และแถวเหล่านี้กางดูได้อย่างเดียว แตะเข้าไปต่อไม่ได้
- ทุกรายการชำระหนี้ในหน้ารายการจะมีป้ายเล็ก ๆ บอกประเภทของหนี้ และไฟล์ CSV ที่ส่งออกจะมีคอลัมน์ "debt" เก็บชื่อหนี้ไว้ ถ้าลบหนี้ทิ้ง ป้ายกับช่องนั้นจะว่าง แต่ตัวรายการยังอยู่ครบ
- ถาม Pocketbird ตอบได้ว่าคุณเป็นหนี้เท่าไร ใครค้างคุณอยู่ และหนี้ก้อนนั้นครบกำหนดเมื่อไร แต่มีข้อควรรู้หนึ่งอย่าง คือวันครบกำหนดที่มันบอกเป็นวันที่ของเดือนตรง ๆ ไม่ได้เลื่อนวันหยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนที่หน้าจออื่นในแอปทำ
- ถ้าคุณบันทึกรายการในหมวดหนี้ตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไปใน 60 วันล่าสุด ทั้งที่ยังไม่ได้บันทึกหนี้ไว้สักก้อน จะมีการ์ด "ติดตามหนี้สินของคุณ" ขึ้นมาชวนให้เริ่ม และมันจะหายไปทันทีที่คุณสร้างหนี้ก้อนแรก