Skip to content
← กลับหน้าแรก
วางแผนล่วงหน้า

หนี้สิน — เงินที่คุณค้าง และเงินที่คนอื่นค้างคุณ

ทุกก้อนที่คุณกำลังผ่อน และทุกบาทที่คนอื่นค้างคุณ พร้อมดอกเบี้ย ประวัติการจ่าย ป้ายเตือนวันครบกำหนด ก้อนหิมะหรือหิมะถล่ม และวันปลอดหนี้ที่ขยับตามที่จ่ายจริง

อยู่ตรงไหนแท็บอื่น ๆ → หนี้สินอัปเดตล่าสุด · 2026-08-07
01

หนี้สินมีไว้ทำอะไร

หน้าหนี้สินคือที่เดียวสำหรับทุกยอดที่คุณกำลังผ่อนอยู่ — บัตรเครดิต สินเชื่อรถ ผ่อนมอเตอร์ไซค์ หรือเงินที่ยืมเพื่อนมา — และรวมถึงเงินที่คนอื่นค้างคุณด้วย มันตอบสองคำถามที่โน้ตในมือถือตอบไม่ได้สักที คือตกลงเหลือเท่าไร และจะจบเมื่อไร

ยอดคงค้างไม่ใช่ตัวเลขที่พิมพ์ไว้ครั้งเดียวแล้วก็เลิกเชื่อถือ Pocketbird คำนวณให้จากรายการจ่ายที่คุณบันทึก และตั้งฐานใหม่ทุกครั้งที่คุณยืนยันยอดล่าสุดจากแอปธนาคาร แล้วต่อยอดจากบัญชีชุดนั้นเป็นแผน — เดือนที่จะปลอดหนี้ ก้อนที่ควรจ่ายก่อน และตารางว่าแต่ละเดือนต้องจ่ายเท่าไรจนกว่าจะหมด

  • ทุกอย่างในหน้านี้เป็นเรื่องส่วนตัว หนี้ซิงก์ข้ามเครื่องของคุณเองเท่านั้น แม้แต่หนี้ที่สร้างจากรายชื่อคนในร้าน คนในร้านก็มองไม่เห็น
  • เงินที่คุณค้างคือหนี้สิน หักออกจากความมั่งคั่งสุทธิ ส่วนเงินที่คนอื่นค้างคุณ — "เขาเป็นหนี้คุณ" — เป็นสินทรัพย์ บวกเพิ่มเข้าไป
  • ทุกยอดที่บันทึกคือรายจ่ายปกติในหมวด "หนี้" จึงโผล่ทั้งในรายการและหน้าสรุป แต่จะไม่ไปลดเงินที่ใช้ได้วันนี้ เพราะยอดผ่อนเป็นจำนวนที่คุณเลือกเองตามจังหวะของคุณ แอปจึงตั้งใจไม่นับรวมไว้ในค่าใช้จ่ายคงที่ที่กำลังจะมาถึง
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ย้ายหนี้สินขึ้นมาบนแถบล่าง แทนที่จะซ่อนอยู่ใน "อื่น ๆ"
ทำยังไงอื่น ๆ → ปุ่ม "Edit Tabs" บนแถบด้านบน
แถบล่างใส่ได้มากสุด 4 อย่าง และแท็บ Transactions ถูกปักหมุดไว้ ดังนั้นถ้าจะดันหนี้สินขึ้นมา ต้องเอาอย่างอื่นลงไปแทน ตัวแก้ไขนี้เป็นของ Pocketbird เอง ไม่ใช่ของ iOS ส่วนบน iPad ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะทุกแท็บรวมถึงหนี้สินอยู่ในแถบข้างอยู่แล้ว และตรงนั้นใช้การจัดเรียงหรือซ่อนแบบของ Apple ได้
02

บันทึกหนี้ หรือบันทึกลูกหนี้

การเพิ่มหนี้บังคับแค่สองอย่าง คือชื่อกับยอดตั้งต้น ที่เหลือ — ดอกเบี้ย ค่างวด วันครบกำหนด — ค่อยเติมทีหลังได้ และทุกช่องที่เติมจะไปปลดล็อกส่วนหนึ่งของแผนให้

  1. ที่หน้าหนี้สิน กด "+" หน้าต่างจะเปิดขึ้นมาชื่อ "เพิ่มหนี้"
  2. ตั้งชื่อในช่อง "ชื่อหนี้" — ข้อความตัวอย่างในช่องคือ "เช่น กยศ., บัตรเครดิต"
  3. เลือก "ประเภท" และเลือก "ธนาคาร" ถ้าอยากให้เห็นว่าเป็นเจ้าหนี้เจ้าไหน
  4. ตั้ง "ทิศทาง" — "คุณเป็นหนี้เขา" (ค่าเริ่มต้น) หรือ "เขาเป็นหนี้คุณ"
  5. เลือก "ประเภทยอดหนี้" แล้วกรอกส่วน "ยอดหนี้"
  6. ถ้าต้องการ ใส่ "อัตราดอกเบี้ยต่อปี" วันที่เริ่ม และ "วันครบกำหนดชำระ" เพิ่มได้
  7. กด "บันทึก"
"ชื่อหนี้"
บังคับกรอก ปุ่มบันทึกจะกดไม่ได้จนกว่าจะมีชื่อ พิมพ์อะไรก็ได้ และชื่อนี้จะถูกใช้เป็นชื่อรายการในสมุดบัญชีด้วย ถ้าคุณไม่ได้ใส่โน้ตตอนบันทึกการจ่าย
"ประเภท"
มี 8 ประเภท: "บัตรเครดิต", "ผ่อนสินค้า", "สินเชื่อบ้าน", "สินเชื่อรถยนต์", "สินเชื่อมอเตอร์ไซค์", "สินเชื่อส่วนบุคคล", "สินเชื่อรีโนเวท" และ "อื่น ๆ" (ค่าเริ่มต้น) ประเภทมีผลแค่หน้าตา คือไอคอนของแถว ป้ายบนรายการในสมุดบัญชี และการจัดกลุ่มในสไลซ์หนี้ของหน้าสรุป ไม่มีผลกับการคำนวณเงินเลย
"ทิศทาง"
ค่าเริ่มต้นคือ "คุณเป็นหนี้เขา" ถ้าสลับเป็น "เขาเป็นหนี้คุณ" ชื่อหน้าต่างจะเปลี่ยนเป็น "เพิ่มลูกหนี้" และส่วนที่ลูกหนี้ไม่มีจะค่อย ๆ หายไป ได้แก่ บัตรที่ผูกไว้ ประเภทยอดหนี้ อัตราดอกเบี้ย และวันครบกำหนด
"ธนาคาร"
เลือกธนาคารไทยที่มีให้ หรือพิมพ์เองก็ได้ มีผลแค่รูปประจำแถว ไม่ยุ่งกับยอดเงิน แต่ค้นหาได้ จึงคุ้มที่จะใส่ถ้าคุณมีบัตรหลายใบ
"บัตรที่ผูกไว้"
ค่าเริ่มต้นคือ "ไม่ระบุ" ใช้กับหนี้ที่คุณค้างเท่านั้น และส่วนนี้จะไม่แสดงเลยถ้ายังไม่มีบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้งานอยู่ มีผลแค่การแสดงผล คือไปลด "วงเงินคงเหลือ" ของบัตรใบนั้น แต่ไม่แตะยอดของบัตร จึงไม่นับซ้ำ และยังถูกเลือกไว้ให้อัตโนมัติเป็นบัญชีที่จ่ายด้วย

ส่วน "ยอดหนี้" จะเปลี่ยนชื่อช่องตามสิ่งที่คุณกำลังบันทึก ถ้าเป็นยอดรวมคงที่จะถามว่า "ยอดตั้งต้น (บาท)" กับ "ยอดคงค้าง (บาท)" ถ้าเป็นลดต้นลดดอกจะถามว่า "ยอดกู้ตั้งต้น (เงินต้น)" กับ "ยอดสินเชื่อคงเหลือจากแอปธนาคาร" ส่วนลูกหนี้จะถามว่าตอนแรกเขาค้างเท่าไร และตอนนี้ยังค้างอยู่เท่าไร

  • ยอดตั้งต้นบังคับกรอก ปุ่มบันทึกจะกดไม่ได้ถ้ายังเป็น 0
  • ถ้าเว้นยอดคงเหลือไว้ ระบบจะถือว่าเท่ากับยอดตั้งต้น
  • ค่างวดต่อเดือนไม่บังคับ เว้นว่างหรือใส่ 0 ก็ไม่ถูกเก็บ แต่หนี้ที่ไม่มีค่างวดจะไม่ถูกนำไปคำนวณวันปลอดหนี้ และไม่ขึ้นในตารางการจ่าย
  • ใส่ค่าติดลบไม่ได้ อะไรที่ต่ำกว่าศูนย์จะถูกปรับเป็น 0 ตั้งแต่ตอนพิมพ์
"อัตราดอกเบี้ยต่อปี"
ใช้กับหนี้ที่คุณค้างเท่านั้น พิมพ์เป็นเปอร์เซ็นต์ เว้นว่างหรือใส่ 0 คือไม่มีดอกเบี้ย และค่าสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 100 คำอธิบายใต้ช่องบอกไว้ตรง ๆ ว่า "ไม่บังคับ — อัตราดอกเบี้ยต่อปีของหนี้ (0 ถึง 100) เว้นว่างไว้ถ้าไม่มีดอกเบี้ย"
"ตั้งวันที่เริ่ม"
ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น เก็บไว้ดูเฉย ๆ ไม่มีผลกับการคำนวณ และตัวเลือกวันที่จะไม่ให้เลือกวันหลังจากวันนี้
"วันครบกำหนดชำระ"
ค่าเริ่มต้นคือ "ไม่ระบุ" หรือเลือกวันที่ 1 ถึง 31 ใช้กับหนี้ที่คุณค้างเท่านั้น ถ้าเลือกวันที่ 31 เดือนที่สั้นกว่าจะยึดวันสุดท้ายของเดือน ช่องนี้คือตัวเปิดป้ายวันครบกำหนด อย่าง "ครบกำหนดวันนี้" "ครบใน {N} วัน" และ "เลยกำหนด" และเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ตั้งเตือนบิลได้
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ทุกช่องจำนวนเงินคิดเลขให้ได้
ทำยังไงแตะเข้าไปในช่องจำนวนเงินบนฟอร์มหนี้หรือหน้าต่างบันทึกการจ่าย แล้วกดปุ่ม "+/−" ที่โผล่มาข้าง ๆ
แป้นตัวเลขจะกลายเป็นเครื่องคิดเลข พิมพ์ 1200+350+80 หรือ (100+50)×2 หรือ 200+10% ได้เลย เครื่องหมาย % ทำงานเหมือนเครื่องคิดเลขพกพา คือ A + B% เท่ากับบวกเพิ่ม B เปอร์เซ็นต์ของ A ส่วน A − B% คือหักส่วนลด และ A × B% คือคิดเป็นสัดส่วน กด = แล้วผลลัพธ์จะถูกเขียนกลับเข้าช่องเป็นจำนวนเงินปกติ
ระวังถ้าสลับหนี้เดิมไปเป็น "เขาเป็นหนี้คุณ" ตอนบันทึกระบบจะล้างอัตราดอกเบี้ย วันครบกำหนด บัตรที่ผูกไว้ และประเภทยอดหนี้ทิ้ง เพราะลูกหนี้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ถ้าสลับกลับมาต้องกรอกใหม่ทั้งสี่อย่าง
เคล็ดลับตอนแก้ไขหนี้เดิม ปุ่ม "บันทึก" จะกดไม่ได้จนกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนจริง ๆ และปัดปิดหน้าต่างทิ้งไม่ได้ถ้ายังมีการแก้ที่ยังไม่บันทึก ถ้าปุ่มบันทึกดูเหมือนกดไม่ลง แปลว่ายังไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย
03

ยอดรวมคงที่ หรือ ลดต้นลดดอก

มีตัวเลือกเดียวในฟอร์มที่กำหนดว่ายอดหลักจะขยับยังไงตลอดอายุของหนี้ก้อนนั้น และไม่มีขั้นตอนแปลงข้อมูลย้อนหลังมาแก้ให้ ผ่อนมือถือ 30,000 กับสินเชื่อบ้าน 2,400,000 ไม่ใช่ตัวเลขชนิดเดียวกัน และแอปไม่ยอมทำเป็นว่ามันเหมือนกัน

"ยอดรวมคงที่"
ค่าเริ่มต้น ยอดคงเหลือคือยอดรวมที่ยังต้องจ่าย และลดลงหนึ่งต่อหนึ่งทุกครั้งที่บันทึกการจ่าย ฟอร์มอธิบายไว้ว่า "ยอดที่ผ่อนคงที่ ไม่มีดอกเบี้ยหรือรวมดอกแล้ว — เช่น ยืมเพื่อน หรือผ่อนแบบไม่มีดอกเบี้ย"
"ลดต้นลดดอก"
ยอดคงเหลือคือเงินต้นจริงที่ค้างกับธนาคาร การบันทึกการจ่ายจึงไม่ทำให้ยอดขยับ มีแต่การยืนยันยอดใหม่เท่านั้นที่ขยับได้ ให้กรอกเงินต้นตามที่แอปธนาคารแสดง ไม่ใช่ยอดรวมที่จะจ่ายทั้งหมด คำอธิบายใต้ช่องเขียนว่า "สินเชื่อที่คิดดอกเบี้ย — เช่น บ้าน รถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล กรอกยอดคงเหลือจากแอปธนาคาร แล้วเราจะช่วยประเมินวันปลอดหนี้ให้"
ระวังถ้าเปลี่ยนหนี้ที่มีอยู่แล้วจาก "ยอดรวมคงที่" เป็น "ลดต้นลดดอก" ยอดบนจอจะเปลี่ยน เพราะประวัติการจ่ายจะไม่ถูกหักออกอีกต่อไป และไม่มีขั้นตอนแปลงข้อมูลให้ ฉะนั้นเลือกให้ถูกตั้งแต่ตอนสร้าง หรือกรอกยอดคงเหลือใหม่ทันทีหลังเปลี่ยน

สินเชื่อแบบลดต้นลดดอกอาศัยการยืนยันยอด ไม่ใช่การคำนวณสะสม ทุกครั้งที่คุณแก้ช่องยอดคงเหลือแล้วบันทึก แอปจะเก็บการยืนยันพร้อมวันที่ไว้ และยอดหลักจะขยับไปตามตัวเลขนั้น

ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
แก้ช่องยอดคงเหลือ แล้วแอปจะบันทึกการยืนยันยอดให้เงียบ ๆ
ทำยังไงหน้ารายละเอียดหนี้ → "แก้ไขหนี้" → แก้ช่องยอดคงเหลือ → "บันทึก"
นอกจากเขียนค่าลงช่องแล้ว แอปจะบันทึกยอดที่ยืนยันพร้อมวันที่ไว้ด้วย นี่คือสิ่งที่ทำให้ตัวเลขใหม่อยู่ทน แม้หนี้ก้อนนั้นจะมีรายการจ่ายอยู่แล้ว และเป็นสิ่งที่พาค่านี้ไปเครื่องอื่นของคุณ ถ้าไม่มีมัน ยอดจะดูเหมือนเด้งกลับเป็นค่าเดิม ส่วนการแก้แค่ชื่อจะไม่ถูกบันทึกเป็นการยืนยันยอด
  • หลังยืนยันยอดแล้ว หนี้แบบยอดรวมคงที่จะแสดงยอดที่ยืนยัน ลบด้วยรายการจ่ายที่ลงวันหลังจากนั้น ส่วนแบบลดต้นลดดอกจะแสดงยอดที่ยืนยันล่าสุดตรง ๆ
  • ถ้ายืนยันยอดสองครั้งในวันเดียวกัน ระบบจะแทนที่ของวันนั้น ไม่ทับซ้อนกัน นั่งแก้ทีเดียวหลายรอบก็เหลือตัวเลขเดียวที่สะอาด
  • เมื่อยืนยันยอดไปแล้ว มันจะเป็นอิสระ ต่อให้ไปแก้หรือลบรายการจ่ายที่ใส่มาพร้อมกัน ยอดที่ยืนยันก็ไม่ถูกย้อนกลับ
  • ยอดที่ยืนยันแล้วซิงก์ไปเครื่องอื่นของคุณพร้อมกับตัวหนี้
04

หน้ารายการ และสิ่งที่แต่ละแถวบอก

หน้าหนี้สินเรียงตามลำดับที่ควรจ่าย ไม่ได้เรียงตามตัวอักษร หนี้ที่คุณค้างจะเรียงตามกลยุทธ์ที่เลือกไว้ ด้านบนเป็นยอดรวมกับวันปลอดหนี้ ส่วนเงินที่คนอื่นค้างคุณจะแยกไปอยู่อีกส่วนด้านล่าง

  • "หนี้คงค้างรวม" รวมเฉพาะหนี้ที่คุณค้าง ส่วนลูกหนี้จะรวมแยกไว้ใต้ "เงินที่คนอื่นค้างคุณ" และไม่เคยถูกนำมาหักลบกัน ตัวเลขหนี้จึงไม่ถูกทำให้ดูดีเกินจริง
  • "ปลอดหนี้ภายใน {…}" คือการคาดการณ์ว่าหนี้ก้อนสุดท้ายจะปิดเมื่อไร ถ้ามีเครื่องหมาย "~" นำหน้า แปลว่าการคาดการณ์ยังไม่ครบ เพราะมีหนี้อย่างน้อยหนึ่งก้อนที่ไม่มีค่างวดให้คำนวณ
  • ส่วนสรุปด้านบนจะไม่แสดงเลยถ้าคุณไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายสักก้อน ถ้ามีแต่ลูกหนี้ก็จะเห็นแค่รายการ
  • แต่ละแถวขึ้นต้นด้วยรูปธนาคารหรือไอคอนประเภท ตามด้วยชื่อ และยอดคงเหลือเป็นตัวเลขหลัก
  • ป้ายสถานะจะขึ้นเมื่อมีอะไรจะบอก เช่น "ปิดหนี้แล้ว!" (หรือ "เคลียร์แล้ว!" สำหรับลูกหนี้) "แนะนำให้จ่ายก่อน" หรือป้ายวันครบกำหนด
  • ใต้ป้ายเป็นแถบความคืบหน้า พร้อมข้อความ "ผ่อนแล้ว {N}%" สำหรับหนี้ และ "เก็บแล้ว {N}%" สำหรับลูกหนี้
  • มุมขวาจะขึ้น "{฿X} / เดือน" ถ้าหนี้มีค่างวดรายเดือน หรือ "ดอกเบี้ย {X}%" ถ้าไม่มีค่างวดแต่มีอัตราดอกเบี้ย
เคล็ดลับความคืบหน้าวัดจากยอดตั้งต้น ไม่ใช่จากยอดที่คุณเริ่มบันทึก ถ้าใส่สินเชื่อที่ผ่อนมาครึ่งทางแล้ว วันแรกมันจะขึ้น 50% ทันที ทั้งที่ยังไม่ได้บันทึกการจ่ายผ่านแอปเลยสักครั้ง
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ปัดแถวหนี้ไปทางขวาเพื่อจ่าย โดยไม่ต้องเปิดเข้าไป
ทำยังไงหน้าหนี้สิน → ปัดแถวจากขอบซ้ายเข้ามา
ปุ่มสีเขียว "ชำระ" — หรือ "เก็บเงิน" ถ้าเป็นลูกหนี้ — จะเปิดหน้าต่างบันทึกการจ่าย โดยกรอกจำนวนเงินไว้ให้แล้วและแป้นตัวเลขเด้งขึ้นมารอ บันทึกค่างวดเดือนนี้จึงทำจบได้โดยไม่ต้องออกจากหน้ารายการ ถ้าหนี้ปิดแล้วปุ่มนี้จะกดไม่ได้
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
บน iPad กดค้างที่การ์ดหนี้เพื่อเรียกคำสั่งเดียวกัน
ทำยังไงบน iPad หรือหน้าจอกว้าง → กดค้างที่การ์ดหนี้
หน้าจอกว้างจะจัดหนี้เป็นการ์ดความคืบหน้าสองคอลัมน์ ซึ่งปัดแถวไม่ได้ เมนูที่กดค้างจึงมีคำสั่งเดียวกัน คือ "ชำระ" (หรือ "เก็บเงิน") และ "ลบ" สีแดง
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ช่องค้นหาหนี้ ค้นชื่อธนาคารและชื่อคนในร้านได้ด้วย
ทำยังไงหน้าหนี้สิน → ดึงลงเพื่อเปิดช่อง "ค้นหาหนี้สิน"
พิมพ์แล้วจะค้นทั้งชื่อหนี้ ชื่อเจ้าหนี้ที่เลือกไว้ใน "ธนาคาร" และชื่อคนในร้านที่หนี้ก้อนนั้นถูกสร้างมาจาก ระบบไม่แคร์ตัวพิมพ์เล็กใหญ่ วรรณยุกต์ หรือช่องว่าง พิมพ์ "kbank" ก็เจอ "KBank" และระหว่างที่ค้นหา ยอดรวม วันปลอดหนี้ และตัวเลือกกลยุทธ์จะซ่อนทั้งหมด ยอดที่มีป้ายกำกับจึงไม่มีทางถูกอ่านผิดเป็นผลรวมของแถวที่เห็นอยู่
ระวังลบหนี้แล้วย้อนกลับไม่ได้ และการลบจะตามไปที่เครื่องอื่นของคุณในการซิงก์รอบถัดไป บน iPhone ปัดแถวจากขวา บน iPad กดค้างที่การ์ด แล้วยืนยันที่ "ลบหนี้?" ส่วนรายการจ่ายที่บันทึกไว้ยังอยู่ในสมุดบัญชีเหมือนรายจ่ายทั่วไป แค่ป้ายหนี้หายไปเท่านั้น ถ้าเปิด VoiceOver ตัวหมุน Actions จะมีคำสั่งชำระ เก็บเงิน และลบ ให้เลือกโดยไม่ต้องปัด
05

บันทึกการจ่าย

การกดครั้งเดียวทำสองอย่างพร้อมกัน คือขยับยอดหนี้ และลงรายจ่ายในสมุดบัญชี คุณจึงไม่ต้องบันทึกการจ่ายหนี้ซ้ำสองที่

  1. เปิดหน้าต่างบันทึกการจ่าย — ปัดแถวไปทางขวาที่หน้ารายการ หรือกด "บันทึกการชำระงวดนี้ · {฿X}" (หรือ "บันทึกการจ่าย") ในหน้ารายละเอียดหนี้
  2. จำนวนเงินถูกกรอกไว้ให้แล้วและแป้นตัวเลขเด้งขึ้นมารอ ถ้าเดือนนี้จ่ายไม่เท่าเดิมก็แก้ได้เลย
  3. ถ้าไม่ได้จ่ายวันนี้ ให้แก้ "วันที่" และใส่ "โน้ต (ไม่บังคับ)" ถ้าอยากให้จำได้
  4. ถ้าบัญชีที่ระบบเลือกไว้ไม่ใช่บัญชีที่คุณใช้จ่ายจริง ให้เปลี่ยนที่ "จ่ายจาก"
  5. กด "ชำระ"
"จำนวนที่ชำระ"
กรอกไว้ให้แล้วด้วยค่างวดต่อเดือนของหนี้ก้อนนั้น โดยไม่เกินยอดที่เหลือ หรือถ้าหนี้ไม่มีค่างวดก็ใส่ยอดคงเหลือทั้งก้อนให้ ต้องมากกว่าศูนย์ และถูกจำกัดไม่ให้เกินยอดคงเหลือ หนี้จึงไม่มีทางถูกจ่ายเกินจนติดลบ
"วันที่"
ค่าเริ่มต้นคือวันนี้ เลือกวันในอนาคตไม่ได้ เพราะช่องนี้บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจจะทำ
"โน้ต (ไม่บังคับ)"
พิมพ์ได้หลายบรรทัด ถ้าเว้นว่าง รายการในสมุดบัญชีจะใช้ชื่อหนี้แทน จึงไม่มีรายการไหนโผล่ในหน้ารายการแบบไม่มีชื่อ
"จ่ายจาก"
ระบบเลือกให้ตามลำดับนี้ บัตรที่ผูกไว้กับหนี้ → บัญชีหลักของคุณ → "ไม่ระบุ" แต่พอคุณแตะเลือกเอง ตัวเลือกของคุณจะถูกใช้ตลอด รวมถึงกรณีที่ตั้งใจเลือก "ไม่ระบุ" และถ้าคุณไม่ได้สร้างบัญชีไว้เลย ส่วนนี้จะไม่แสดง
  • ถ้ายอดที่จ่ายครอบคลุมยอดคงเหลือทั้งหมด แอปจะถามก่อนว่า "ปิดยอดหนี้นี้หรือไม่?" แล้วกด "ชำระปิดยอด" เพื่อยืนยัน
  • จำนวนที่ต่ำกว่า 0.005 บาท ถือว่าไม่มียอด และจะบันทึกไม่ได้ พร้อมข้อความ "ตอนนี้ไม่มียอดที่ต้องจ่าย"
  • ถ้าเปิดหน้าต่างนี้กับหนี้ที่ปิดไปแล้ว จะเห็นแค่ "หนี้ก้อนนี้จ่ายหมดแล้ว" และปุ่มจะกดไม่ได้
  • พอปิดหนี้ที่คุณค้างได้ แอปจะฉลองให้ มีเครื่องหมายถูก คอนเฟตตี และการสั่นตอบรับ พร้อมข้อความ "ปลดหนี้สำเร็จ!" ขึ้นที่หน้ารายการและหน้าข้อมูลเชิงลึก แล้วหายไปเองในราว 1.6 วินาที ถ้าเปิดลดการเคลื่อนไหว ป้ายกับการสั่นยังมาเหมือนเดิม แค่ไม่มีอนิเมชัน ส่วนลูกหนี้ไม่มีการฉลองนี้
  • การปิดหนี้ยังยกเลิกการเตือนบิลที่ตั้งค้างไว้ของก้อนนั้นทันที หนี้ที่ปิดแล้วจึงไม่มีการแจ้งเตือนตามมา
เคล็ดลับถ้าเป็นสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก หน้าต่างนี้จะตั้งใจไม่แสดงบรรทัด "หลังชำระ" เพราะการบันทึกการจ่ายไม่ทำให้ยอดแบบนี้ขยับ แต่ถ้าสินเชื่อมีดอกเบี้ย มันจะแยกให้ดูแทนว่า "≈ {฿X} ตัดเงินต้น · {฿Y} ดอกเบี้ย" หรือบอกตรง ๆ ว่างวดนี้ยังไม่พอตัดเงินต้น
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
บันทึกการจ่ายพร้อมอัปเดตยอดจากธนาคารในครั้งเดียว
ทำยังไงในหนี้แบบลดต้นลดดอก ให้กรอกช่อง "ยอดคงเหลือใหม่จากแอปธนาคาร (ถ้ามี)" ก่อนกด "ชำระ"
รายการจ่ายจะถูกบันทึก และยอดหลักจะตั้งฐานใหม่ตามตัวเลขที่คุณใส่ โดยใช้วันที่ของรายการจ่ายนั้น ไม่ต้องเปิดอีกหน้า ไม่ต้องเข้าไปที่ฟอร์มแก้ไข ถ้าเว้นว่างไว้ก็บันทึกแค่การจ่ายอย่างเดียว และช่องนี้จะไม่มีในหนี้แบบยอดรวมคงที่

หน้ารายละเอียดหนี้จะแสดงทุกรายการจ่ายของก้อนนั้นไว้ใต้ "ประวัติการชำระ" เรียงจากใหม่ไปเก่า และมีบรรทัดสรุปท้ายว่า "จ่ายแล้ว {฿X} · {N} รายการ"

  • แต่ละแถวมีป้าย "งวดที่ {N}" ตัวเลขนี้คำนวณจากลำดับ โดยรายการเก่าสุดคืองวดที่ 1 ถ้าลบรายการเก่าออก งวดของรายการที่เหลือจะเลื่อนใหม่ทั้งหมด
  • รายการล่าสุดจะได้ป้าย "ปิดหนี้" เมื่อยอดคงเหลือถึงศูนย์ และป้ายจะหายไปเองถ้ามีการแก้ทีหลังจนยอดกลับมาค้างอีก
  • ถ้าแถบความคืบหน้าบอกว่าจ่ายไปมากกว่าที่รายการในลิสต์รวมกันได้ จะมีอีกบรรทัดบอกว่า "{฿X} ถูกนับรวมในยอดเริ่มต้นหรือยอดที่ยืนยันแล้ว" ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหนี้ที่คุณใส่เข้ามาตอนผ่อนไปแล้วบางส่วน
  • ลบรายการจ่ายแล้วยอดจะกลับคืนเอง เพราะยอดคำนวณจากรายการที่ยังอยู่ แต่การลบไม่ย้อนยอดที่ยืนยันไว้ และไม่ทำให้ยอดของหนี้แบบลดต้นลดดอกขยับ
ระวังแตะรายการชำระหนี้แล้วจะเปิดหน้าจอแก้ไขรายการตามปกติ แต่จำนวนเงิน ประเภท และหมวดหมู่จะถูกล็อกไว้ พร้อมข้อความว่า "นี่คือรายการชำระหนี้ ถ้าต้องการแก้จำนวนเงิน ให้ลบรายการนี้แล้วบันทึกใหม่จากหน้าหนี้" ส่วนวันที่ โน้ต บัญชี และแท็ก ยังแก้ได้ และถ้าสั่งทำสำเนารายการแบบนี้ ทุกอย่างจะถูกคัดลอกยกเว้นการผูกกับหนี้ สำเนาจึงไม่ไปหักยอดหนี้ซ้ำอีกครั้ง
06

วันครบกำหนด ป้ายสถานะ และการเตือน

ถ้าใส่ "วันครบกำหนดชำระ" ให้หนี้ที่คุณค้าง แอปจะเริ่มบอกสถานะของเดือนนี้ให้ ผ่านป้ายเล็ก ๆ บนแถวและบนหัวหน้ารายละเอียด ถ้าไม่ใส่วันครบกำหนด ก็ไม่มีป้ายให้แสดง

"จ่ายแล้วเดือนนี้"
สีเขียว หมายถึงมีการจ่ายอยู่ในรอบครบกำหนดปัจจุบัน และวันครบกำหนดถัดไปยังห่างเกิน 7 วัน
"ครบใน {N} วัน"
สีเหลืองอำพัน จะขึ้นในช่วงเตือนล่วงหน้า 7 วันเมื่อรอบนี้จ่ายแล้ว และจะขึ้นพร้อมตัวเลขที่มากกว่านั้นได้ด้วย ถ้าวันครบกำหนดของรอบนั้นอยู่ก่อนที่หนี้จะถูกสร้าง หรืออยู่ก่อนรายการจ่ายล่าสุดของคุณ กรณีนี้ป้ายจะชี้ไปที่วันครบกำหนดรอบถัดไปแทน ถ้าเห็น "ครบใน 26 วัน" นั่นคือกรณีหลัง ไม่ใช่ความผิดพลาด
"ครบกำหนดพรุ่งนี้" และ "ครบกำหนดวันนี้"
สีเหลืองอำพัน หมายถึงยังไม่มีการจ่ายในรอบนี้ และวันครบกำหนดมาถึงแล้ว
"เลยกำหนด"
สีแดง หมายถึงเลยวันครบกำหนดของรอบนั้นแล้วโดยยังไม่มีการจ่ายในรอบ และไม่เข้าเงื่อนไขการยกเว้นด้านล่าง
  • วันครบกำหนดที่ตรงกับเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดที่คุณบันทึกไว้เอง จะถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นวันทำการก่อนหน้า ใช้กับทุกคน ไม่ต้องเปิดตั้งค่าอะไร
  • ถ้าเลือกวันที่ 31 เดือนที่สั้นกว่าจะยึดวันสุดท้ายของเดือน กุมภาพันธ์จึงกลายเป็นวันที่ 28 หรือ 29
  • หนี้ที่ปิดแล้วจะไม่มีป้ายสถานะเลย เพราะมี "ปิดหนี้แล้ว!" ครอบไว้แล้ว
  • หนี้ที่ไม่ได้ตั้งวันครบกำหนด จะขึ้นได้แค่ "จ่ายแล้วเดือนนี้" หรือไม่ขึ้นอะไรเลย และไม่มีทางขึ้นว่า "เลยกำหนด"
  • ป้ายเลยกำหนดจะถูกกดไว้ถ้ามีหลักฐานว่าคุณยังตามทัน คือวันครบกำหนดที่อยู่ก่อนหรือตรงกับรายการจ่ายล่าสุด ยอดที่ยืนยันล่าสุด หรือวันที่สร้างหนี้ จะถือว่าจัดการไปแล้ว สินเชื่อที่คุณอัปเดตยอดจากธนาคารอยู่เรื่อย ๆ จึงไม่ถูกทวง
  1. ตั้ง "วันครบกำหนดชำระ" ให้หนี้ก้อนนั้นก่อน
  2. ไปที่ อื่น ๆ → ตั้งค่า → โปรไฟล์ & รอบงบ แล้วเปิด "เตือนบิลครบกำหนด"
  3. ตรวจให้แน่ใจว่าอนุญาตการแจ้งเตือนให้ Pocketbird ไว้แล้ว เพราะหน้านี้ไม่ได้ขอสิทธิ์ให้
ระวังการเตือนจะมาถึงล่วงหน้า 3 วันก่อนวันครบกำหนด (หลังเลื่อนวันหยุดแล้ว) เวลา 9:00 น. หัวข้อว่า "บิลครบกำหนด 💸" ไม่ใช่เตือนในวันครบกำหนด ในแอปยังมีคำอธิบายเก่าสองจุดที่เขียนว่าเตือน 9:00 น. ของวันครบกำหนด แต่การแจ้งเตือนที่ได้รับจริงคือแบบล่วงหน้า 3 วัน และระยะเวลานี้ตายตัว ปรับเองไม่ได้
  • สวิตช์นี้ไม่ได้ใช้กับหนี้อย่างเดียว ตัวเดียวกันนี้ยังคุมการเตือนวันครบกำหนดของบัตรเครดิตและรายจ่ายประจำด้วย ปิดทีเดียวจึงเงียบทั้งสามอย่าง
  • ลูกหนี้ไม่มีการตั้งเตือน และหนี้ที่ยอดคงเหลือเป็นศูนย์แล้วก็ไม่มีเช่นกัน
  • การเตือนจะถูกตั้งใหม่ทุกครั้งที่คุณบันทึกหนี้ ปิดหนี้ หรือกลับเข้ามาที่แอป
07

ควรจ่ายก้อนไหนก่อน

คนสองคนที่มีหนี้เหมือนกันเป๊ะ แต่จ่ายคนละลำดับ จะได้ผลไม่เหมือนกัน คนหนึ่งได้ความรู้สึกว่าปิดได้ก้อนหนึ่งเร็วขึ้น อีกคนจ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยลง Pocketbird ตั้งค่าเริ่มต้นไว้ให้เป็นแบบแรก และให้คุณสลับไปแบบที่สองได้ แล้วทุกอย่างที่เหลือจะเดินตามตัวเลือกนั้น

ตัวเลือกอยู่ในส่วนสรุปด้านบนของหน้าหนี้สิน ใต้หัวข้อ "กลยุทธ์ปลดหนี้" (บน iPad เป็นเมนู) พอเปลี่ยนปุ๊บ รายการจะเรียงใหม่ทันที ป้าย "แนะนำให้จ่ายก่อน" จะย้ายก้อน และลำดับการปิดหนี้กับการคาดการณ์ในหน้าข้อมูลเชิงลึกจะถูกคำนวณใหม่ตาม

"ก้อนหิมะ (ยอดน้อยก่อน)"
ค่าเริ่มต้น เรียงจากยอดคงเหลือน้อยที่สุดก่อน คำแนะนำในแอปเขียนไว้ว่า "จ่ายขั้นต่ำทุกก้อน แล้วโปะส่วนเกินไปที่ก้อนยอดน้อยที่สุดก่อน — เห็นผลเร็วที่สุด"
"หิมะถล่ม (ดอกเบี้ยสูงสุดก่อน)"
เรียงจากดอกเบี้ยสูงสุดก่อน หนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ย 0% จะไปอยู่ท้ายสุด ถ้าดอกเบี้ยเท่ากันจะตัดสินด้วยยอดที่น้อยกว่า คำแนะนำเขียนว่า "จ่ายขั้นต่ำทุกก้อน แล้วโปะส่วนเกินไปที่ก้อนดอกเบี้ยสูงสุดก่อน — ก้อนที่แพงที่สุดของคุณ"
ระวังกลยุทธ์ถูกเก็บไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น ไม่ซิงก์ข้ามเครื่อง iPhone ของคุณอาจตั้งเป็นก้อนหิมะ ขณะที่ iPad ตั้งเป็นหิมะถล่ม แล้วสองเครื่องจะแนะนำก้อนที่ควรจ่ายก่อนไม่ตรงกัน ให้ตั้งไว้ทีละเครื่องที่คุณใช้
  • หนี้ที่ปิดแล้วจะจมไปอยู่ล่างสุดเสมอ ไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์ไหน
  • ลูกหนี้ไม่ถูกจัดลำดับตามกลยุทธ์ และไม่ถูกนำไปคำนวณวันปลอดหนี้ เพราะเงินที่คนอื่นค้างคุณไม่ใช่ก้อนที่ต้องไล่ปิด
  • ถ้าหนี้ของคุณไม่มีดอกเบี้ยเลยสักก้อน แอปจะไม่เคลมว่าประหยัดได้เท่าไรทั้งสิ้น การเปรียบเทียบหิมะถล่มกับก้อนหิมะจะไม่ขึ้นเลย เพราะไม่มีอะไรให้เทียบ ถ้าขึ้นก็เท่ากับมั่วตัวเลข
08

ข้อมูลเชิงลึกและตารางการจ่าย

หน้าข้อมูลเชิงลึกคือส่วนที่ให้กำลังใจ บอกว่าจะปลอดหนี้เมื่อไร ถ้าจ่ายเพิ่มเดือนละ 500 บาทจะได้อะไรกลับมา และถ้าหนี้มีดอกเบี้ย ดอกเบี้ยกินไปเท่าไร เปิดได้จากไอคอนกราฟบนแถบด้านบนของหน้าหนี้สิน

ไอคอนนี้จะขึ้นก็ต่อเมื่อคุณมีหนี้ที่ต้องจ่าย ถ้ามีแต่ลูกหนี้จะไม่เห็น และทั้งหน้าจอนี้ไม่นับลูกหนี้เลย ทุกตัวเลขในนั้นจึงเป็นเรื่องเงินที่คุณค้างอย่างเดียว

  • "วันปลอดหนี้" อยู่บนสุด เป็นตัวเลขใหญ่ว่าเหลืออีกกี่เดือน พร้อมเดือนที่จะปิดครบ ถ้ามีหนี้บางก้อนที่คำนวณไม่ได้ จะมีป้าย "ถึงตอนนี้" กำกับอยู่ข้าง ๆ
  • "ถ้าจ่ายเพิ่มจะเป็นยังไง?" — ปุ่มปรับตั้งแต่ 0 ถึง 20,000 บาท ทีละ 500 บาท พอเพิ่มขึ้น การ์ดจะตอบว่า "ปลอดหนี้เร็วขึ้น {N} เดือน" พร้อมวันปลอดหนี้ใหม่ และถ้ามีหนี้ที่มีดอกเบี้ยจึงจะขึ้น "ประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ {฿X}" ค่านี้ไม่ถูกจำไว้ ทุกครั้งที่เปิดหน้านี้ใหม่จะกลับไปเป็น 0 บาท
  • "ความคืบหน้าของคุณ" แสดงวงแหวนหนึ่งวงต่อหนี้ที่ยังไม่ปิด เรียงจากก้อนที่ใกล้จบที่สุด และแตะเข้าไปที่หนี้ก้อนนั้นได้เลย
  • "ยอดคงเหลือตามเวลา" คือกราฟยอดหนี้รวมย้อนหลัง 12 เดือน จะขึ้นเมื่อมีข้อมูลอย่างน้อยสองเดือนให้ลากเส้น
  • "หนี้ที่ปิดแล้ว" นับว่าปิดไปกี่ก้อนจากทั้งหมดกี่ก้อน ส่วน "ต้นทุนหนี้ของคุณ" แสดงดอกเบี้ยที่ฝังอยู่ในยอดผ่อนที่เหลือ ซึ่งจะขึ้นเฉพาะเมื่อมีหนี้ที่มีดอกเบี้ย
  • มีเฉพาะหนี้ที่ยังมียอดค้างและมีค่างวดรายเดือนเท่านั้นที่คำนวณได้ ก้อนอื่นจะขึ้นว่า "ใส่ค่างวดเพื่อดูประมาณการ" และวันปลอดหนี้ด้านบนจะถูกกำกับว่ายังไม่ครบ ดีกว่าปล่อยให้ผิดเงียบ ๆ
  • ในการคำนวณ ทุกเดือนหนี้แต่ละก้อนจะจ่ายค่างวดของตัวเอง พอก้อนไหนปิดได้ ค่างวดของก้อนนั้น รวมกับส่วนที่จ่ายเกินและยอดที่คุณจ่ายเพิ่ม จะไหลไปสมทบก้อนถัดไปตามลำดับของกลยุทธ์ การไหลต่อนี้คือเหตุผลที่ก้อนสุดท้ายปิดเร็วกว่าที่คิดเองมาก
  • หนี้แบบลดต้นลดดอกที่มีดอกเบี้ยจะถูกคิดดอกเดือนต่อเดือนในการคาดการณ์ ระยะเวลาปิดจึงยาวตามความจริง ส่วนหนี้แบบยอดรวมคงที่ไม่มีการคิดดอกเพิ่ม
  • การคาดการณ์หยุดที่ 600 เดือน หรือ 50 ปี อะไรที่ปิดไม่ทันในช่วงนั้นจะถูกรายงานว่ายังไม่จบภายในช่วงที่แสดง ไม่ใช่ยัดวันที่มั่ว ๆ ให้
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
มีอีกเจ็ดการ์ดซ่อนอยู่หลัง "ดูรายละเอียด"
ทำยังไงหน้าข้อมูลเชิงลึกเรื่องหนี้ → เลื่อนลงล่างสุด → "ดูรายละเอียด"
ปกติส่วนนี้ถูกพับไว้ เพื่อให้การ์ดที่ให้กำลังใจได้นำก่อน ข้างในมี "อัตราเฉลี่ย" แบบถ่วงน้ำหนักตามยอด กราฟ "เงินที่จ่ายไปไหนบ้าง" ที่แยก 60 เดือนแรกออกเป็นเงินต้นกับดอกเบี้ย "รู้ไว้ก็ดี" ที่ชี้ว่าก้อนไหนแพงที่สุด การเทียบหิมะถล่มกับก้อนหิมะ "แผนของคุณ" ที่ไล่ลำดับการปิดหนี้พร้อมเดือนที่แต่ละก้อนจะจบ ตารางการจ่ายรายเดือน และถ้าตั้งเงินเดือนไว้ ก็จะมีสัดส่วนรายได้ที่หมดไปกับหนี้ด้วย และแอปจะจำว่าคุณเปิดหรือพับไว้ในเครื่องนี้
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
บันไดยอดจ่ายรายเดือนที่ค่อย ๆ ลดลง
ทำยังไงหน้าข้อมูลเชิงลึกเรื่องหนี้ → "ดูรายละเอียด" → "ตารางการจ่ายรายเดือน"
หน้านี้ตอบว่าภาระต่อเดือนของคุณจะลดลงเมื่อไร โดยแสดงยอดบาทต่อเดือนรวมทุกก้อน ที่ลดลงเป็นขั้นทุกครั้งที่ปิดได้หนึ่งก้อน พร้อมบรรทัด "ลดเหลือ {฿X} / เดือน" ที่บอกว่าเป็นเพราะก้อนไหนจบ ตารางนี้ตั้งใจคิดแบบจ่ายขั้นต่ำล้วน ๆ ไม่มีการโยกค่างวดไปสมทบก้อนถัดไปเหมือนหน้าวันปลอดหนี้ มันจึงบอกว่าคุณ "ต้อง" จ่ายเท่าไร ไม่ใช่ทางที่เร็วที่สุด และจะแสดงเฉพาะหนี้ที่มีค่างวดรายเดือน
  • ตารางนี้มีสองแท็บ "ภาพรวม" คือยอดรวมของเดือนนี้ กราฟขั้นบันได และรายการช่วงเวลาที่ภาระจะเบาลง ส่วน "รายเดือน" คือการ์ดหนึ่งใบต่อหนึ่งช่วงที่ยอดจ่ายเท่าเดิม
  • รายการช่วงที่ภาระเบาลงแสดงมากสุด 10 ขั้น แล้วมี "อีก {N} รายการ" อยู่ข้างล่าง ส่วนขั้นสุดท้ายจะเขียนว่า "คุณปลอดหนี้แล้ว 🎉"
  • บันไดชุดเดียวกันนี้ไปโผล่ในหน้าภาพรวมการเงินของแท็บสรุปด้วย ในรูปของแถวเงินไหลออก "ยอดผ่อน" และไทม์ไลน์ว่าภาระจะเบาลงเมื่อไร เป็นการคำนวณชุดเดียวกัน แต่วางอยู่ในบริบทกระแสเงินสดทั้งหมดของคุณ
เคล็ดลับมีสองตัวเลขใน "ดูรายละเอียด" ที่อ่านผิดง่าย อย่างแรกคือ "อัตราเฉลี่ย" ซึ่งนับหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ยเป็น 0% แล้วเฉลี่ยรวมเข้าไปด้วย มันจึงตอบว่าทั้งพอร์ตของคุณจ่ายดอกเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของเฉพาะก้อนที่มีดอกเบี้ย อย่างที่สองคือ "ยอดผ่อนเทียบกับรายได้" ที่จะขึ้นเมื่อคุณตั้งเงินเดือนไว้แล้วเท่านั้น โดยแบ่งเป็น "สบายๆ" ถ้าต่ำกว่า 20% "พอรับไหว" ตั้งแต่ 20% ถึงต่ำกว่า 40% และ "ค่อนข้างสูง" ตั้งแต่ 40% ขึ้นไป ใช้สีเหลืองอำพัน ไม่ใช้สีแดง เพราะมันคือ "เป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว"
09

หนี้ไปโผล่ที่ไหนอีกบ้าง

  • หน้าสรุป: ตัวเลือก "รวมหนี้ในยอดสุทธิ" ในตั้งค่า ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าปิด ยอดหลักจะเป็น "ยอดเงินสุทธิ" โดยมีการ์ด "หนี้สินคงเหลือ" และ "เงินที่คนอื่นค้างคุณ" แยกต่างหาก ถ้าเปิด ยอดหลักจะกลายเป็น "ความมั่งคั่งสุทธิ" คือยอดเงินลบหนี้บวกลูกหนี้ พร้อมคำอธิบายว่า "หลังหักหนี้ {฿X}"
  • ส่วนข้อมูลเชิงลึกในหน้าสรุปมีการ์ดเรื่องหนี้สี่ใบแบบดูอย่างเดียว คือวันปลอดหนี้ ยอดผ่อนต่อเดือนเทียบกับรายได้ ความคืบหน้าโดยรวม และยอดที่ครบกำหนดเดือนนี้ ต่างจากหน้าข้อมูลเชิงลึกเรื่องหนี้ตรงที่การ์ดชุดนี้นับลูกหนี้รวมเข้าไปในยอดด้วย
  • มีวิดเจ็ตหน้าโฮมสองตัว ทั้งขนาดเล็กและกลาง คือ "Pocketbird นับถอยหลังปลอดหนี้" และ "Pocketbird ยอดชำระถัดไป" วงแหวนของยอดชำระถัดไปจะค่อย ๆ เต็มในช่วง 30 วัน เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพันเมื่อเหลือ 3 วัน และเป็นสีแดงเมื่อเลยกำหนด แตะแล้วเปิดเข้าแท็บหนี้สินทั้งคู่
  • กราฟวงกลมในหน้าสรุปจะมีสไลซ์ "หนี้" สำหรับรายการจ่ายหนี้ของคุณ พอกางออกจะแยกตามประเภทหนี้ เช่น สินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต แทนที่จะแยกตามหมวดย่อย และแถวเหล่านี้กางดูได้อย่างเดียว แตะเข้าไปต่อไม่ได้
  • ทุกรายการชำระหนี้ในหน้ารายการจะมีป้ายเล็ก ๆ บอกประเภทของหนี้ และไฟล์ CSV ที่ส่งออกจะมีคอลัมน์ "debt" เก็บชื่อหนี้ไว้ ถ้าลบหนี้ทิ้ง ป้ายกับช่องนั้นจะว่าง แต่ตัวรายการยังอยู่ครบ
  • ถาม Pocketbird ตอบได้ว่าคุณเป็นหนี้เท่าไร ใครค้างคุณอยู่ และหนี้ก้อนนั้นครบกำหนดเมื่อไร แต่มีข้อควรรู้หนึ่งอย่าง คือวันครบกำหนดที่มันบอกเป็นวันที่ของเดือนตรง ๆ ไม่ได้เลื่อนวันหยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนที่หน้าจออื่นในแอปทำ
  • ถ้าคุณบันทึกรายการในหมวดหนี้ตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไปใน 60 วันล่าสุด ทั้งที่ยังไม่ได้บันทึกหนี้ไว้สักก้อน จะมีการ์ด "ติดตามหนี้สินของคุณ" ขึ้นมาชวนให้เริ่ม และมันจะหายไปทันทีที่คุณสร้างหนี้ก้อนแรก
ระวังวิดเจ็ตหนี้ทั้งสองตัวไม่ได้อ่านกลยุทธ์ที่คุณเลือกไว้ มันคำนวณด้วยลำดับแบบก้อนหิมะเสมอ และการนับถอยหลังกับเปอร์เซ็นต์ที่จ่ายแล้วของวิดเจ็ตยังนับลูกหนี้รวมเข้าไปด้วย ต่างจากหน้าข้อมูลเชิงลึกเรื่องหนี้ ดังนั้นถ้าคุณใช้หิมะถล่มหรือมีลูกหนี้ ตัวเลขในวิดเจ็ตกับในแอปจะไม่ตรงกัน ส่วนข้อความเล็ก ๆ กลางวงแหวนของยอดชำระถัดไป ("Overdue" "Today" "5d") ไม่มีคำแปล จะขึ้นเป็นภาษาอังกฤษแม้ตั้งแอปเป็นภาษาไทย
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
เปลี่ยนยอดค้างของคนในร้านให้เป็นหนี้ส่วนตัว
ทำยังไงร้าน → รายชื่อคน → แตะชื่อคนหนึ่ง → "บันทึกเป็นหนี้ที่คุณต้องจ่าย" หรือ "บันทึกเงินที่เขาค้างคุณ"
ฟอร์มหนี้จะเปิดขึ้นโดยกรอกชื่อเขาไว้ให้แล้วและเลือกทิศทางให้เรียบร้อย ถ้าเป็นซัพพลายเออร์จะกลายเป็นหนี้ที่คุณค้าง ถ้าเป็นลูกค้าจะกลายเป็นลูกหนี้ ผลลัพธ์อยู่ในหน้าหนี้สินส่วนตัวของคุณ คนในร้านมองไม่เห็น ชื่อของเขาถูกคัดลอกเก็บไว้ ณ ตอนนั้น หนี้ก้อนนี้จึงยังอ่านรู้เรื่องแม้ภายหลังคนนั้นจะถูกลบออกจากร้าน และยังค้นเจอจากหน้าหนี้สินได้
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
คำสั่งหนี้สองอันอยู่ในแอป Shortcuts และ Spotlight ไม่ได้อยู่ที่ Siri
ทำยังไงเปิดแอป Shortcuts แล้วค้นหา "ยอดหนี้" หรือ "บันทึกการจ่ายหนี้"
"ยอดหนี้" จะอ่านยอดของหนี้ก้อนเดียวกลับมา เช่น "{name}: เหลือต้องจ่าย {฿X}" หรือถ้าไม่ระบุก้อนก็จะบอกยอดรวม พร้อมไล่รายการให้สูงสุด 6 ก้อน ส่วน "บันทึกการจ่ายหนี้" รับชื่อหนี้ จำนวนเงิน และบัญชี (ถ้าต้องการ) แล้วถามยืนยันว่า "จ่าย {฿X} ให้ {name} ไหม?" ก่อนบันทึก และจำกัดจำนวนไม่ให้เกินยอดคงเหลือ ทั้งสองอันไม่มีประโยคเรียก Siri จึงต้องเอาไปประกอบเป็นชอร์ตคัต หรือเรียกจาก Spotlight นอกจากนี้ชื่อหนี้ยังถูกทำดัชนีใน Spotlight ค้นจากหน้าโฮมก็เจอ
ฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่
ดึงลงเพื่อบังคับซิงก์จริง ไม่ใช่แค่วาดหน้าจอใหม่
ทำยังไงดึงลงที่หน้าหนี้สิน หน้ารายละเอียดหนี้ หน้าข้อมูลเชิงลึก หรือตารางการจ่าย
วงกลมหมุนจะค้างอยู่จนกว่าการรับส่งข้อมูลจะเสร็จจริง คือส่งการแก้ไขที่ค้างในเครื่องขึ้นไปและดึงของใหม่ลงมา มีประโยชน์มากตอนเพิ่งบันทึกการจ่ายจากอีกเครื่อง และถ้าเพิ่งเข้าสู่ระบบใหม่ ระหว่างที่ยังดึงข้อมูลรอบแรกไม่เสร็จ หน้าเหล่านี้จะขึ้นพื้นที่ว่างวิบวับพร้อมข้อความ "กำลังกู้คืนข้อมูลของคุณ" แทนหน้าจอเปล่า คุณจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าข้อมูลหนี้หายไป