ใช้ Pocketbird โดยไม่ต้องเปิดแอป
จังหวะที่ดีที่สุดในการบันทึกรายจ่ายคือตอนที่เพิ่งจ่ายเงินเสร็จ ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มือถือยังอยู่ในมือ แต่การเปิดแอป หาแท็บ แล้วกรอกฟอร์ม มักจะหนืดพอที่จะทำให้จังหวะนั้นหลุดไป
Pocketbird เลยยกความสามารถส่วนใหญ่ออกมาไว้นอกแอป มีแอ็กชัน 20 แบบให้ Siri แอป Shortcuts และ Spotlight สั่งเพิ่มรายการ ย้ายเงิน แก้งบ หรืออ่านตัวเลขกลับมาให้ฟัง มีวิดเจ็ต 13 ตัวที่เอาตัวเลขชุดเดียวกันไปวางบนหน้าโฮม หน้าล็อก และ StandBy โดยมีตัวหนึ่งกดปุ่มบันทึกรายการได้ตรงนั้นเลย ที่เหลือคือปุ่มลัดใน Control Center 2 ปุ่ม ส่วนขยายแชร์ชีต ดัชนี Spotlight ของข้อมูลตัวเอง ลิงก์ budgie:// 14 แบบ และคีย์ลัดอีกหนึ่งปุ่ม
- แอ็กชันที่อ่านหรือเขียนข้อมูลต้องเข้าสู่ระบบก่อน และถ้าเป็นการเขียนต้องยอมรับเงื่อนไขความเป็นส่วนตัวด้วย ถ้ายังไม่ได้ มันจะปฏิเสธพร้อมบอกเหตุผลว่า "เปิดแอป Pocketbird แล้วเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกรายจ่าย" แทนที่จะแอบเก็บงานค้างไว้โดยที่คุณไม่เห็น
- มีสามแอ็กชันที่ตอบด้วยการเปิดแอปแทน โดยไม่ได้เช็กอะไรเอง คือ "เพิ่มอย่างรวดเร็ว" "สแกนใบเสร็จ" และ "วางอัจฉริยะ" มันแค่ส่งคุณเข้าแอป แล้วตัวแอปจะเป็นคนแสดงหน้าเข้าสู่ระบบหรือหน้ายินยอมเอง ส่วน "บันทึกจากรูป" ก็เปิดแอปเหมือนกัน แต่เช็กก่อนและจะปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ทันสแกน
- ทุกรายการที่บันทึกแบบไม่ได้เปิดแอปจะไปอยู่ในหมวด "รอตรวจสอบ" ของหน้ารายการ ของที่สั่งด้วยเสียงหรือกดจากวิดเจ็ตจึงไม่หลุดเข้าสมุดบัญชีโดยไม่ผ่านตาคุณ
- ทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่หลังการสมัครสมาชิก ไม่ใช่ฟีเจอร์ทดลอง และไม่มีสวิตช์ที่ต้องไปเปิดก่อน ทั้งหมวดนี้มีค่าตั้งค่าเดียวคือการ์ดแนะนำ Siri ในหน้าตั้งค่า ซึ่งเปิดแสดงไว้อยู่แล้ว
พูดกับ Siri ได้ว่าอะไรบ้าง
สิบในยี่สิบแอ็กชันมาพร้อมประโยคที่พูดได้ทันทีตั้งแต่ติดตั้งแอปเสร็จ ไม่ต้องไปกด "เพิ่มใน Siri" ก่อน รวมทั้งหมด 43 ประโยค มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย และประโยคเหล่านี้ยังโผล่เป็นคำแนะนำใน Spotlight และเป็นคำสั่งลัดสำเร็จรูปในแอป Shortcuts ด้วย
ต้องมีชื่อแอปอยู่ในประโยคด้วย เพราะ Siri ต้องรู้ว่ากำลังพูดกับใคร
- "เพิ่มรายการ" — "เพิ่มรายจ่ายใน Pocketbird" หรือ "จดค่าใช้จ่ายใน Pocketbird"
- "เช็กยอดเงิน" — "ยอดเงินเหลือเท่าไหร่ใน Pocketbird" หรือ "เหลือเงินเท่าไหร่ใน Pocketbird"
- "ยอดใช้ได้ต่อวัน" — "วันนี้ใช้ได้เท่าไหร่ใน Pocketbird"
- "สถานะงบประมาณ" — "งบของฉันเป็นยังไงใน Pocketbird" หรือ "งบเหลือเท่าไหร่ใน Pocketbird"
- "ค่าใช้จ่ายล่าสุด" — "เพิ่งใช้จ่ายอะไรไปบ้างใน Pocketbird"
- "บิลที่กำลังจะถึง" — "มีบิลอะไรใกล้จะถึงใน Pocketbird"
- "บันทึกจากข้อความ" — "บันทึกข้อความนี้ใน Pocketbird"
- "เพิ่มอย่างรวดเร็ว" "สแกนใบเสร็จ" และ "วางอัจฉริยะ" — "เพิ่มด่วนใน Pocketbird" "ถ่ายรูปใบเสร็จใน Pocketbird" "บันทึกจากคลิปบอร์ดใน Pocketbird" สามตัวนี้จะเปิดแอปไปที่หน้าที่ตรงกับคำสั่ง
ถามตัวเลขด้วยเสียง
มีแปดแอ็กชันที่ตอบคำถามโดยไม่เขียนอะไรลงข้อมูลเลย มันจะพูดกลับมาหนึ่งบรรทัดพร้อมการ์ดเล็ก ๆ และไม่มีตัวไหนเปิดแอปขึ้นมา
- คำตอบเรื่องงบมาจากตัวคำนวณเดียวกับหน้างบประมาณ ทั้งรอบเงินเดือน การเลื่อนวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ การแก้เฉพาะรอบ และยอดยกไปรอบถัดไป ถูกคิดรวมมาในตัวเลขนั้นแล้ว
- หนี้ที่คุณติดคนอื่นกับหนี้ที่คนอื่นติดคุณ แอปรวมแยกกันคนละก้อน ไม่เคยหักกลบเป็นตัวเลขเดียว — "คุณเป็นหนี้รวม %1$@ และมีคนเป็นหนี้คุณ %2$@"
- ถ้ากระเป๋า หนี้ หมวด หรือรายการประจำถูกลบไปหลังจากที่คุณสร้างคำสั่งลัดไว้ มันจะตอบตรง ๆ ว่า "ไม่พบกระเป๋านี้แล้ว" แทนที่จะไปหยิบรายการอื่นมาตอบแบบเงียบ ๆ
- ถ้ายังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ทุกตัวจะตอบว่า "เปิดแอป Pocketbird แล้วเข้าสู่ระบบเพื่อดูยอดเงินและค่าใช้จ่าย"
บันทึกด้วยเสียง ด้วยข้อความ และจากรูป
"เพิ่มรายการ" คือแอ็กชันหลักสำหรับบันทึก Siri จะถามเฉพาะสิ่งที่ต้องใช้ ยืนยันให้ตรงนั้น และไม่เปิดแอปขึ้นมา
- ช่องทางจ่ายเงินจะใช้อันล่าสุดที่คุณใช้ในแอป ถ้าไม่เคยบันทึกไว้เลยจะใช้แบบดิจิทัล รายการที่บันทึกจะไปอยู่ใน "รอตรวจสอบ"
- หลังบันทึกเสร็จ มันจะรอให้ชุดตัวเลขของวิดเจ็ตถูกสร้างใหม่ก่อน พอคุณเงยหน้าไปดูหน้าโฮม วิดเจ็ตก็ขึ้นยอดใหม่ให้แล้ว
- หมวด บัญชี หรือทริปที่ถูกลบไปหลังสร้างคำสั่งลัด จะกลายเป็นไม่ผูกอะไรเลย ไม่ใช่ไปผูกอันอื่นแทน เพราะผูกผิดแย่กว่าไม่ผูก
- บัญชีที่คุณเก็บเข้ากรุแล้วจะยังโชว์ชื่ออยู่ในคำสั่งลัดที่บันทึกไว้ เพื่อไม่ให้ดูเหมือนพัง แต่รายการใหม่จะไม่ถูกผูกกับบัญชีนั้น มันจะกลับไปใช้บัญชีหลักแทน
ยังมีอีกสี่แอ็กชันสำหรับกรณีที่สิ่งที่อยู่ในมือคุณไม่ใช่แค่ตัวเลข
ย้ายเงินและแก้การตั้งค่าด้วยเสียง
มีสี่แอ็กชันที่ไปแก้อย่างอื่นนอกจากรายการเงิน ทั้งสี่ตัวมีเฉพาะในแอป Shortcuts และ Spotlight ไม่มีตัวไหนพูดสั่งได้ และทั้งสี่ตัวจะอ่านคำยืนยันกลับมาให้ก่อนเขียนอะไรลงไปเสมอ ไม่มีสวิตช์ให้ปิดขั้นยืนยันนี้
- ถ้าสั่งถอนเกินยอดในกระเป๋า มันจะดึงลงมาเท่ายอดที่มีจริง และคำยืนยันจะอ่านตัวเลขที่ดึงแล้ว คุณจึงไม่ต้องกดอนุมัติตัวเลขที่เป็นไปไม่ได้ ถ้ากระเป๋าว่างจะตอบว่า "%@ ไม่มีเงินให้ถอน"
- ถ้าสั่งจ่ายเกินยอดหนี้ที่ค้าง มันจะดึงลงมาเท่ายอดค้างจริง จ่ายเกินด้วยเสียงไม่ได้ และหนี้ที่ไม่เหลือแล้วจะตอบว่า "%@ ชำระครบแล้ว" โดยไม่เขียนอะไรลงไป
- กระเป๋าที่ล็อกไว้ถอนด้วยเสียงไม่ได้ มันจะตอบว่า "%@ ถูกล็อกอยู่ — ถอนรายการนี้ในแอป Pocketbird" แล้วไม่ทำอะไรต่อ แต่การโอนเข้ากระเป๋าที่ล็อกยังทำได้ตามปกติ
- ถ้าสั่งให้อยู่ในสถานะที่มันเป็นอยู่แล้ว มันจะบอกตรง ๆ ว่า "%@ หยุดชั่วคราวอยู่แล้ว" ไม่ได้ทำซ้ำ ส่วนรายการที่กำหนดการหมดอายุไประหว่างที่หยุดอยู่ จะตอบว่า "%@ ทำงานต่อไม่ได้ — กำหนดการสิ้นสุดไปแล้ว"
วิดเจ็ตบนหน้าโฮม หน้าล็อก และ StandBy
วิดเจ็ตทั้ง 13 ตัวอ่านชุดตัวเลขชุดเดียวกัน ซึ่งแอปเป็นคนเขียนไว้หลังการบันทึกทุกครั้งและหลังซิงก์ทุกรอบ ไม่มีวิดเจ็ตตัวไหนคำนวณเอง วิดเจ็ตจึงไม่มีทางบอกตัวเลขขัดกับแอป
- กดค้างที่พื้นที่ว่างบนหน้าโฮม แล้วแตะ Edit → Add Widget
- ค้นหาคำว่า "Pocketbird" แล้วปัดดูขนาดต่าง ๆ
- ถ้าจะใส่หน้าล็อก: หน้าล็อก → Customize → แตะช่องวิดเจ็ต → เลือก Pocketbird
- ชุดตัวเลขจะถูกเขียนใหม่หลังบันทึกในแอป หลังบันทึกผ่าน Siri หรือ Shortcuts หลังกดปุ่มบนวิดเจ็ต หลังโอนกระเป๋าหรือจ่ายหนี้ด้วยเสียง และหลังซิงก์สำเร็จทุกรอบ นอกจากนั้นวิดเจ็ตแต่ละตัวยังรีเฟรชเองราวทุก 6 ชั่วโมง วันที่เปลี่ยนจึงไม่ทำให้ตัวเลขค้าง
- ถ้าตั้งงบรวมไว้ วิดเจ็ตใช้ได้วันละ ใช้ได้วันนี้ และแดชบอร์ด จะสลับไปใช้ตัวเลขต่อวันที่อิงงบ พร้อมเปลี่ยนชื่อหัวข้อตาม จาก "ใช้ได้วันละ" เป็น "งบเหลือต่อวัน" และจาก "ใช้ได้/วัน" เป็น "งบ/วัน" ยกเว้นการใช้จ่าย 7 วัน ที่ใช้ตัวเลขอิงงบกับเส้นประแต่คำกำกับไม่เปลี่ยนตาม
- ช่องอินไลน์บนหน้าล็อก คือบรรทัดเดียวเหนือนาฬิกา จะได้เป็นประโยคแทนที่จะเป็นการ์ด วิดเจ็ตใช้ได้วันละขึ้นว่า "ใช้ได้วันละ %@" ส่วนยอดสุทธิรอบนี้ขึ้นว่า "เหลือ %@" ถ้าตั้งงบรวมไว้ อันแรกจะกลายเป็น "งบเหลือ %@/วัน"
- ตัวเลขเงินในวิดเจ็ตเป็นบาทเต็ม ตัดสตางค์ทิ้ง มีสัญลักษณ์ ฿ นำหน้าเสมอแม้เครื่องตั้งเป็นภาษาอังกฤษ และค่าติดลบใช้เครื่องหมายลบจริง ถ้าช่องแคบเกินไปจะย่อเป็น ฿1.2k หรือ ฿34k
- วันที่ในวิดเจ็ตอิงภาษาของแอป ไม่ใช่ภูมิภาคของเครื่อง ภาษาไทยจึงขึ้นปี พ.ศ. ภาษาอังกฤษขึ้นปี ค.ศ. ตรงกับที่เห็นในแอป
- การเตือนว่าเงินขาดไม่เคยใช้แค่สี จะมีสามเหลี่ยมเตือนเพิ่มเข้ามา และ VoiceOver อ่านออกมาเป็นคำด้วย
- ถ้ายังไม่มีข้อมูล วิดเจ็ตส่วนใหญ่จะขึ้นว่า "เปิด Pocketbird เพื่อเริ่มใช้งาน" แทนที่จะโชว์ ฿0 ให้เข้าใจผิด ส่วนวิดเจ็ตงบประมาณใช้คำว่า "เปิด Pocketbird เพื่อตั้งงบประมาณ" และการออกจากระบบจะล้างชุดตัวเลขทิ้ง วิดเจ็ตจึงค้างยอดเก่าของคุณไว้ไม่ได้
- ในแกลเลอรีวิดเจ็ต ทุกตัวจะโชว์ตัวอย่างที่มีข้อมูลเต็ม ไม่ใช่ข้อความว่าง คุณจึงเห็นว่าแต่ละตัวทำอะไรก่อนจะเพิ่มจริง
วิดเจ็ตเพิ่มด่วนและปุ่มลัดแบบกดครั้งเดียว
มีวิดเจ็ตหนึ่งตัวที่ไม่ได้มีไว้ดู แต่มีไว้กด "Pocketbird เพิ่มด่วน" แสดงจำนวนเงินที่ตั้งไว้ 3 ปุ่ม แตะปุ่มไหนก็บันทึกรายการนั้นเลย โดยแอปไม่ต้องเปิดขึ้นมาด้วยซ้ำ
- เพิ่มวิดเจ็ตจากแกลเลอรี เลือกขนาดเล็กหรือกลาง
- แตะจำนวนเงิน จะไม่มีอะไรเด้งขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- ครั้งถัดไปที่คุณเปิด Pocketbird การกดนั้นจะถูกบันทึกลงข้อมูลจริง และวิดเจ็ตจะรีเฟรชตาม
- ถ้าอยากใส่โน้ตหรือหมวด ให้แตะ "เพิ่มเติม…" แทน มันจะเปิดฟอร์มเพิ่มด่วนแบบเต็ม
- คิวเก็บการกดที่ยังไม่ได้บันทึกได้สูงสุด 25 ครั้ง ที่เก่ากว่านั้นจะถูกทิ้ง ไม่ถูกเอามาบันทึกย้อนหลังอีกหลายวันให้ตกใจ
- การกดแต่ละครั้งถูกบันทึกครั้งเดียวเป๊ะ ๆ เพราะระบบจำ 100 ครั้งล่าสุดที่บันทึกไปแล้วไว้ รายการซ้ำจึงไม่โผล่ แม้วิดเจ็ตกับแอปจะเขียนพร้อมกัน
- ถ้ายังไม่ได้ยอมรับเงื่อนไขความเป็นส่วนตัว การกดที่ค้างในคิวจะถูกเก็บไว้ ไม่ได้ถูกทิ้ง แล้วจะบันทึกให้หลังคุณกดยอมรับ
- ถ้ายังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ปุ่มจะหายไป และวิดเจ็ตจะขึ้นว่า "ลงชื่อเข้าใช้ Pocketbird เพื่อบันทึกจากตรงนี้" การออกจากระบบจะล้างทั้งคิวและทะเบียนด้วย ของเก่าจึงไม่ไหลเข้าบัญชีถัดไป
- รายการที่บันทึกแล้วจะไปอยู่ใน "รอตรวจสอบ" ใช้ช่องทางจ่ายเงินล่าสุดและบัญชีหลักของคุณ เหมือนกับที่บันทึกผ่าน Siri
นอกจากวิดเจ็ตแล้วยังมีปุ่มลัดอีกสองปุ่ม คือ "เพิ่มอย่างรวดเร็ว" และ "สแกนใบเสร็จ" เพิ่มได้จาก Control Center (ปัดลงจากมุมขวาบน → Add a control) จากช่องล่างของหน้าล็อก (หน้าล็อก → Customize) หรือผูกกับปุ่ม Action บน iPhone 15 Pro ขึ้นไป (การตั้งค่า → Action Button → Controls)
ลิงก์ ⌘N และที่ทางของทั้งหมดนี้ในแอป
ทุกอย่างข้างบนสุดท้ายพูดภาษาเดียวกัน คือลิงก์ budgie:// มีรูปแบบที่ระบบรู้จัก 14 แบบ นอกจากนั้นถูกเมิน ทั้งวิดเจ็ต ปุ่มลัด แชร์ชีต ลิงก์เชิญเข้ากลุ่มและคิวอาร์ การแจ้งเตือน และอีเมลเข้าสู่ระบบ ล้วนสร้างลิงก์พวกนี้ และทั้งหมดถูกอ่านแล้วส่งต่อจากจุดเดียวกัน ลิงก์เดียวกันจึงทำงานเหมือนกันไม่ว่ามาจากไหน
- ลิงก์ฝั่งบันทึก: quick-add เปิดหน้าต่างเพิ่มด่วน scan-receipt เปิดพร้อมเครื่องสแกนเอกสารที่ทำงานอยู่แล้ว smart-paste เปิดหน้าวางอัจฉริยะ (กรอกไว้ให้ถ้ามีข้อความพักไว้) และ import-slip ดึงสลิปใบถัดไปในคิวขึ้นมาที่ฟอร์ม
- ลิงก์ฝั่งหน้าจอ: budget summary debts และ trips ใช้สลับแท็บ ส่วน trips ใส่รหัสทริปมาด้วยเพื่อเปิดทริปนั้นได้ whats-new เปิดหน้าต่างสรุปสิ่งที่เปลี่ยน และ feature-votes เปิดกระดานโหวตฟีเจอร์
- ลิงก์ฝั่งบัญชี: join พารหัสเชิญเข้ากลุ่มมาด้วย (ตัวอักษรและตัวเลข 4–32 ตัว และคิวอาร์คำเชิญก็เข้ารหัสลิงก์นี้ตรง ๆ) group เปิดหน้ารายละเอียดกลุ่ม ส่วน auth-callback กับ password-reset มาจากอีเมลเข้าสู่ระบบ
- รหัสทริปที่ผิดรูปแบบจะถอยไปเปิดหน้ารวมทริปแทนที่จะพัง ส่วนรหัสกลุ่มที่ผิดรูปแบบจะทำให้ลิงก์นั้นไม่ทำงานเลย ดีกว่าไปเปิดผิดกลุ่ม
- ลิงก์ทำงานได้แม้หน้าเข้าสู่ระบบ หน้ายินยอม หรือหน้าแนะนำการใช้งานยังค้างอยู่ ลิงก์คำเชิญหรือลิงก์ยืนยันตัวตนจะถูกดักไว้ตั้งแต่หน้าประตู แล้วเล่นซ้ำทันทีที่แอปพร้อม
ในแอป ทั้งหมดนี้มีบ้านอยู่ที่เดียว คือ อื่น ๆ → ตั้งค่า → "Siri และคำสั่งลัด" ในนั้นมีการ์ดแนะนำ Siri ที่แตะเพื่อเพิ่มคำสั่งลัดยอดใช้ได้ต่อวันได้ และปุ่มที่เปิดแอป Shortcuts ไปที่แอ็กชันของ Pocketbird ให้เลย หน้าตั้งค่าเป็นแท็บเต็มตัว บน iPhone จึงอยู่ในหน้าอื่น ๆ ถ้าคุณไม่ได้เลื่อนขึ้นมาไว้บนแถบ ส่วนบน iPad จะเป็นแถวหนึ่งในแถบข้าง